ผู้เขียน หัวข้อ: friday and a KOPPUCCINO: Walk out หรือ Walk on? (5/2/2016)  (อ่าน 494 ครั้ง)

ลูกแม่กิ่ง

  • Moderator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 342
    • ดูรายละเอียด
    • Sockr!
friday and a KOPPUCCINO: Walk out หรือ Walk on? (5/2/2016)
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 05, 2016, 06:27:24 PM »




นับตั้งแต่การเข้ามาเทคโอเวอร์กิจการสโมสรลิเวอร์พูล ต่อจาก 2 นายทุนเจ้าปัญหาอย่าง ทอม ฮิคส์ และจอร์จ จิลเล็ตต์ เมื่อปี 2010 นี่เป็นครั้งแรกที่กลุ่ม Fenway Sports Group เผชิญการต่อต้านที่รุนแรงจากเหล่า Kopites ตัวจริงเสียงจริงครับ
   
ก่อนหน้านี้แม้จะมีการต่อต้านบ้างแต่ไม่เคยมีครั้งใดที่จะทำให้รู้สึกว่ามี “รอยร้าว” เกิดขึ้นระหว่างเหล่าแฟนบอลและสโมสรมากเท่าครั้งนี้
   
การประกาศรวมพลังกันของ 2 กลุ่มแฟนบอลเดอะ ค็อป ที่ทรงพลังที่สุดในนาม Spirit of Shankly และ Spion Kop 1906 เพื่อเรียกร้องให้เดอะ ค็อป “วอล์คเอาท์” หรือเดินออกจากสนามในนาทีที่ 77 ของเกมระหว่าง ลิเวอร์พูล และซันเดอร์แลนด์ ในวันเสาร์นี้ เป็นการส่งสัญญาณที่น่ากังวลใจอยู่ไม่น้อยครับ
   
เพราะหากกองเชียร์ที่มีความจงรักภักดีมากที่สุดทีมหนึ่งในโลก กองเชียร์ผู้ยึดมั่นในคำปฏิญาณว่า You’ll never walk alone กลับเลือกที่จะทิ้งทีมไว้กลางทางของการแข่งขันเช่นนั้น นั่นย่อมไม่ใช่ภาวะปกติแน่นอน
   
ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีสักครั้งที่เหล่า Kopites (เดอะ ค็อป ท้องถิ่น) จะทำเช่นนั้น มากที่สุดคือการรวมพลังกันเดินต่อต้านหน้าสนามก่อนเกม หรือการแสดงข้อความบนป้ายผ้าในสนาม
   
นี่จะเป็นการเดินออกจากสนามก่อนหมดเวลาครั้งแรกของพวกเขาครับ และมันไม่ใช่เรื่องที่ตัดสินใจได้อย่างง่ายดายแม้แต่น้อย โดยเฉพาะ Kopties ผู้ที่ประจำการอยู่ ณ อัฒจันทน์ค็อปเอนด์ ที่เป็นดังจิตวิญญาณของสนามแอนฟิลด์
   
แม้ในเวลานี้พวกเขาเองยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าผลกระทบที่จะตามมาจากการกระทำนี้จะนำไปสู่สิ่งใด
   
ความไม่พอใจของพวกเขาในครั้งนี้เกิดจากการที่สโมสรมีการประกาศการปรับโครงสร้างค่าตั๋วเข้าชมเกมในฤดูกาลหน้า 2016-17 ซึ่งมีการขึ้นราคาพอสมควร โดยเฉพาะที่อัฒจันทน์เมนสแตนด์ที่มีการเพิ่มจาก 59 เป็น 77 ปอนด์ ซึ่งการเดินออกจากสนามในนาทีที่ 77 ก็เป็นการ “โต้ตอบ” เรื่องนี้โดยตรง
   
ขณะที่ตั๋วปีมีการเพิ่มไปถึง 1,029 ปอนด์ หรือเฉลี่ย 54 ปอนด์ต่อนัด ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ค่าตั๋วปีในแอนฟิลด์ขึ้นไปถึงระดับนั้น
   
ทั้งนี้แม้ในรายละเอียดแล้วสโมสรลิเวอร์พูล ไม่ได้ขึ้นค่าตั๋วเข้าชมเกมทั้งหมด เป็นการขึ้นเพียงบางส่วนเท่านั้น โดยกว่า 64 เปอร์เซ็นต์ของค่าตั๋วปีลดลงหรือไม่เพิ่มขึ้น และมีการจำหน่ายตั๋วเข้าชมเกมให้แฟนบอลท้องถิ่นที่ราคาต่ำสุด 9 ปอนด์
   
แต่ในความรู้สึกของเหล่า Kopites พวกเขามองว่ามาตรการส่วนนั้นเป็นเพียงภาพลวงตา เพราะความจริงที่เกิดขึ้นคือสโมสรเลือกขึ้นค่าตั๋วในส่วนที่เป็นส่วนสำคัญ
   
ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มีการหารือร่วมกันมาโดยตลอดเป็นระยะเวลา 13 เดือนร่วมกับคณะกรรมการแฟนบอลลิเวอร์พูล ที่เรียกว่า Liverpool Supporters’ Commitee (LSC) ที่เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มแฟนบอลเพื่อรักษาผลประโยชน์ของแฟนบอลและสโมสร ที่ก่อตั้งมาพร้อมๆกับการเข้ามาเทคโอเวอร์กิจการของ FSG
   
ความไม่พอใจในครั้งนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้และน่าเห็นใจครับ
   
อย่าลืมว่า “ราก” ของลิเวอร์พูล พวกเขาเป็นสโมสรของ “ปวงชน” หรือพูดให้ง่ายและตรงคือเป็นสโมสรของชนชั้นแรงงานซึ่งเป็นชนกลุ่มใหญ่ในเมือง ฟุตบอลคือหนึ่งในไม่กี่กิจกรรมที่นำความสุขและสีสันให้แก่ชีวิตของพวกเขา
   
ใต้ปีกสีแดงที่เคยครองน่านฟ้ายุโรป ลมใต้ปีกที่พัดพาพวกเขาให้ยิ่งใหญ่เหนือใครก็คือแฟนบอลชาวเมืองท้องถิ่นเหล่านี้เอง
   
อัตลักษณ์ ขนบธรรมเนียม และวิถีของลิเวอร์พูล นั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะใครคนใดคนหนึ่ง หากแต่เกิดขึ้นเพราะแฟนบอลเหล่านี้มิใช่หรือ
   
ทั้งนี้แม้เกมฟุตบอลจะเปลี่ยนแปลงไปจากอดีตมาก และสโมสรลิเวอร์พูล เองเปลี่ยนสถานะจาก “สมบัติ” ของชาวเมืองลิเวอร์พูล (local) เท่านั้นเหมือนในอดีต แต่เปลี่ยนเป็นสมบัติของแฟนบอลทั้งโลก (global) เรื่องนี้ไม่ใช่ว่าแฟนบอลท้องถิ่นจะไม่เข้าใจหรือยอมรับไม่ได้
   
แต่สิ่งที่พวกเขาทำใจยอมรับไม่ไหวคือการที่เห็นสโมสรเลือกที่จะ “รีดเลือด” จากพวกเขาซ้ำอีก ทั้งที่ได้เงินส่วนแบ่งค่าลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดรอบใหม่จากพรีเมียร์ลีกมากมายมหาศาล ไม่นับรายได้จากการทำตลาดทั่วโลก
   
ในความรู้สึกของแฟนบอล สโมสรควรจะ “รักษาน้ำใจ” กันมากกว่านี้ แทนที่จะบีบบังคับให้พวกเขาต้องจำใจเดินจากไปทั้งที่หัวใจไม่เคยต้องการทำเช่นนั้น
   
อย่างไรก็ดีความไม่พอใจครั้งนี้ เหล่าแฟนบอลไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ “บุคลากร” ของสโมสรแต่อย่างใดครับ เพราะคนที่พวกเขาไม่พอใจอย่างมากคือกลุ่มนายทุนของสโมสรที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นคนเลือกที่จะทำเช่นนั้น
   
หนึ่งในคนที่น่าเห็นใจคือ เอียน แอร์ ในฐานะตัวแทนฝ่ายบริหารที่ต้องออกมารับหน้าในเรื่องนี้แทนเจ้านาย และพยายามชี้แจงในหลายประเด็น ซึ่งในความเห็นส่วนตัวแล้วผมคิดว่ามีทั้งฟังขึ้นและฟังไม่ขึ้น โดยมาตรการที่ออกมาบางเรื่องแม้จะฟังดูดีแต่ในบางอารมณ์ผมกลับรู้สึกว่ามันเป็นเพียงกลวิธีทางการตลาด เพื่อใช้สับขาหลอกผู้บริโภคอย่างแฟนบอลเท่านั้น
   
เหนืออื่นใด สิ่งที่รับไม่ได้มากที่สุดคือการที่สโมสรที่พวกเขารักมาตลอดชีวิต กลับมองพวกเขาในฐานะ “ลูกค้า” (customers) ไม่ใช่ “ผู้สนับสนุน” หรือกองเชียร์ (supporters)
   
ต่อเรื่องนี้ผมมองว่ายากที่จะมีความเปลี่ยนแปลง เพราะหากเบื้องบนตัดสินใจไปแล้วจะทำผิดไปจากนั้นคงยาก
   
แต่จะเป็นการดีกว่ามากหากท้ายที่สุดแล้วสโมสรเลือกจะหันกลับมาหาทางออกร่วมกับแฟนบอลอีกสักครั้ง ลองคุยกันอีกสักหนเพื่อหาจุดที่ยอมรับร่วมกันได้ทั้งสองฝ่าย
   
อย่าให้ถึงขั้นต้องแตกหักกันมากขึ้นเรื่อยๆเลย เพราะเกมฟุตบอลที่ไม่มีแฟนบอลนั้นไร้ความหมายใดๆ
   
โดยเฉพาะกับเหล่า Kopites ผู้จงรักและภักดี
   
ในภาวะที่สโมสรตกต่ำเช่นนี้ สิ่งที่ควรเกิดขึ้นไม่ใช่การ walk out แต่เป็นการ walk on ไปด้วยกันมิใช่หรือ
   
ไหนว่าจะไม่ปล่อยให้ใครเดินอย่างเดียวดาย?
Football Correspondent : )

 

sbobet