ผู้เขียน หัวข้อ: friday and a KOPPUCCINO: ชัยชนะของทุกคน (12/2/2016)  (อ่าน 499 ครั้ง)

ลูกแม่กิ่ง

  • Moderator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 342
    • ดูรายละเอียด
    • Sockr!
friday and a KOPPUCCINO: ชัยชนะของทุกคน (12/2/2016)
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 12, 2016, 10:32:33 AM »




ลิเวอร์พูล อาจไม่เป็นผู้ชนะในเกมกับซันเดอร์แลนด์ เมื่อวันเสาร์ที่แอนฟิลด์ และรวมถึงเกมที่โบลีน กราวด์ กับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
   
แต่เดอะ ค็อป เป็นผู้ชนะในเกมวัดใจกับเหล่าผู้บริหารของสโมสร
   
การก้าวเดินออกจากสนามของพวกเขาในนาทีที่ 77 - เพื่อประท้วงต่อการขึ้นค่าตั๋วเข้าชมเกมสนามในฤดูกาลถัดไปที่ขึ้นสูงถึง 77 ปอนด์ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่มากเกินกว่าแฟนบอลชาวเมืองท้องถิ่นจะแบกรับไหวในการติดตามทีม - ประสบความสำเร็จ
   
เสียงสะท้อนของพวกเขาเหล่า Kopites นับหมื่นผู้ตัดสินใจละทิ้งปฏิญาณ You’ll Never Walk Alone และเลือกจะ Walk out ออกจากสนาม สะท้อนกับกำแพงมหาชนทั้งคนทั่วไปและสื่อก่อนจะสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นจากเมอร์ซีย์ไซด์ สู่บอสตัน ในสหรัฐอเมริกา
   
กลุ่ม Fenway Sports Group เจ้าของสโมสร นำโดยนามของ จอห์น ดับเบิลยู. เฮนรี, ทอม เวอร์เนอร์ และไมค์ กอร์ดอน ตัดสินใจทบทวนเรื่องนี้ใหม่เป็นการเร่งด่วน ก่อนจะออกแถลงการณ์ความยาว 937 คำเพื่อ “ขอโทษ” ต่อแฟนฟุตบอลทุกคน
   
สิ่งสำคัญกว่าคือการยืนยันจะไม่มีการพิจารณาปรับขึ้นราคาค่าตั๋วเข้าชมเกมอีกเป็นระยะเวลา 2 ปี พร้อมยกเลิกกฏการแบ่งประเภทของเกมตามชื่อเสียงของทีมคู่แข่งขัน และมีการเตรียมตั๋วราคาถูกเพื่อรองรับแฟนฟุตบอลท้องถิ่นและเหล่าเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่จะเป็น “ฐาน” ของสโมสรในอนาคต
   
ครับ - นี่คือ “ชัยชนะ” ที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งของเหล่า Kopites
   
ในยุคฟุตบอลทุนนิยมที่ทุกสโมสรมุ่งเป้าในเรื่องของการหา “รายได้” มากกว่า “ความสำเร็จ” นั่นทำให้ระยะห่างระหว่างพวกเขากับแฟนฟุตบอลห่างไกลมากขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งไกลกันจนเกินกว่าที่จะได้ยินเสียงซึ่งกันและกัน
   
การเคลื่อนไหวของเดอะ ค็อป ในครั้งนี้ ทำให้เหล่าผู้บริหารที่ไม่เพียงเฉพาะที่แอนฟิลด์ แต่ยังรวมถึงทุกสโมสร ได้รับรู้ว่าพวกเขาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเอาใจใส่และดูแลแฟนบอลของตัวเองให้ดีกว่านี้
   
เพราะแฟนบอลคือหนึ่งในแก้ว 3 ประการของเกมลูกหนัง ดังคำที่ บิลล์ แชงคลีย์ ปรมาจารย์แห่งแอนฟิลด์เคยกล่าวไว้ว่า “ที่สโมสรฟุตบอล มันมีแก้ว 3 ประการด้วยกัน คือ ผู้เล่น, ผู้จัดการทีม และแฟนบอล ส่วนผู้บริหารนั้นไม่นับ พวกเขามีหน้าที่เพียงแค่เซ็นเช็คเท่านั้น”
   
คนเราอาจมีการ “ขัดใจ” กันได้บ้าง แต่การ “ผิดใจ” กับแฟนบอลตัวเองเป็นสิ่งสุดท้ายที่สโมสรควรทำ
   
โดยเฉพาะกับทีมที่มีแฟนบอลที่ผูกพันกันราวร่างกายและจิตวิญญาณอย่างลิเวอร์พูล
   
แม้ในการกระทำนั้นหากมองจากภายนอกอาจดูคล้าย เดอะ ค็อป นั้นเอาแต่ใจ ใช้ “กฎหมู่” เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่หากมองลงลึกลงไป การประท้วงในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่พวกเขาได้หารือร่วมกับสโมสรมาเป็นระยะเวลาถึง 13 เดือน โดยที่ผลสุดท้ายสโมสรมองข้ามความเห็นของเหล่าผู้คนที่สนับสนุนสโมสรมาตลอดหลายทศวรรษ
   
รวมถึงการลืม “ราก” ของสโมสรที่เกิด เติบโต และยิ่งใหญ่ ได้เพราะความเป็นสโมสรของชนชั้นแรงงาน เหล่ากลุ่มชนผู้พลีกายถวายหัวใจ และยืนหยัดเคียงข้างสโมสรเสมอไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์เพียงไหน
   
สิ่งนี้ต่างหากที่ทำให้เดอะ ค็อป ตัดสินใจที่จะหันหลังให้ทีม ทั้งที่หัวใจไม่ได้อยากทำเช่นนั้นเลยก็ตาม
   
ดังนั้นการกลับลำของฝ่ายบริหารลิเวอร์พูลในครั้งนี้ ไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่เป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่เช่นกัน
   
คุณูปการของสิ่งที่เกิดขึ้นในเมอร์ซีย์ไซด์ กำลังส่งผลต่อทุกสโมสรในพรีเมียร์ลีก และอาจรวมถึงในระดับฟุตบอลลีก และทีมนอกลีกที่เตรียมรับมือกับเรื่องเดียวกัน
   
คือการ “ดูแล” แฟนบอลของตัวเองให้ดีกว่านี้
   
ไม่เพียงแต่เรื่องของค่าตั๋วในเกมเหย้าเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเรื่องของการลดค่าตั๋วในเกมนัดเยือนที่เป็นอุปสรรคสำคัญของแฟนบอลจำนวนมากที่แม้ใจจะอยากแต่ไร้ความสามารถทางการเงินที่จะจ่ายเพื่อติดตามไปให้กำลังใจทีม
   
การเรียกร้องเรื่องนี้มีขึ้นมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่มีการตอบสนองที่ชัดเจน
   
ชัยชนะของ Kopites ที่เมอร์ซีย์ไซด์ ถูกคาดหมายว่าจะเป็นการจุดประกายให้เหล่าสโมสรต่างๆ - โดยเฉพาะเหล่าผู้บริหารระดับสูงไม่กี่คนที่ไม่เคยพอกับจำนวนเงินที่ได้รับ - ได้ตระหนักว่าพวกเขาไม่สามารถมองข้ามพลังของแฟนบอลได้อีกต่อไป
   
ไม่มีใครแน่ใจว่าหลังจากนี้ “แอนฟิลด์ โมเดล” จะถูกนำมาใช้เพื่อการเรียกร้องและต่อรองของแฟนฟุตบอลต่อสโมสรหรือไม่ และจะกลายเป็นความวุ่นวายไม่รู้จบหรือเปล่า
   
แต่ในความจริงแล้วสิ่งสำคัญนั้นไม่ได้อยู่ที่ “วิธีการ”
   
มันอยู่กับว่าพวกเขาเรียกร้องในสิ่งที่ถูกต้องหรือไม่
   
หากมันเป็นการเรียกร้องในสิ่งที่ถูกต้องแล้ว และเลือกใช้วิธีการที่ไม่ได้สร้างความเสียหายเดือดร้อนให้แก่ใคร นั่นถือเป็นสิทธิพื้นฐานที่สามารถกระทำได้อยู่แล้วไม่ว่าจะทางกฎหมายหรือทางวิถีประชา
   
เช่นนั้นคงไม่ผิดอะไรหากจะยกย่องชัยชนะครั้งนี้ว่าเป็นชัยชนะของแฟนฟุตบอล
   
ไม่ใช่เฉพาะกับแฟนบอลลิเวอร์พูล หากแต่เป็นแฟนบอลทุกคน


Talking points
- ในความผิดหวังจากการตกรอบ เอฟเอ คัพ สิ่งที่ คล็อปป์ และทีมได้กลับมาโดยไม่รู้ตัวคือประกายความหวังที่ถูกจุดขึ้นจากการเล่นของ คูตินโญ่ และสเตอร์ริดจ์ ขณะที่ดีวอค โอริกิ จะทำให้ คริสเตียน เบนเตเก้ ต้องตื่นตัวขึ้นตามไปด้วย การแข่งขันในแดนหน้าจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง อยู่ที่คล็อปป์ ที่จะ “จูน” จังหวะให้ลูกทีมเจอหรือไม่

- ซิมง มิโญเลต์ กำลังถูกจับตาจากผลงานย่ำแย่ในช่วงหลัง โดยเฉพาะหลังมีการขุดสถิติและพบว่าเขาทำให้ทีมพลาดเสียคะแนนถึง 15 แต้ม ซึ่งหากได้แต้มเหล่านั้นกลับมา ลิเวอร์พูล จะอยู่ที่อันดับ 2 การให้เวลา โอกาส และการสนับสนุนของคล็อปป์ในเวลานี้เป็นการเดิมพันอย่างหนึ่ง และมีแนวโน้มว่าจะโดนเจ้ากิน

- Klopp’s kids อย่าง เควิน สจ๊วร์ต, แบร๊ด สมิธ พร้อมสำหรับการชิงตัวจริง กล้าหรือไม่กล้า? ส่วนฟลานโน่ และเจา คาร์ลอส เตเชรา ขอเวลาอีกเล็กน้อย
Football Correspondent : )

 

sbobet