ผู้เขียน หัวข้อ: friday and a KOPPUCCINO: การกลับบ้านของคล็อปป์ (19/2/2016)  (อ่าน 449 ครั้ง)

ลูกแม่กิ่ง

  • Moderator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 342
    • ดูรายละเอียด
    • Sockr!
friday and a KOPPUCCINO: การกลับบ้านของคล็อปป์ (19/2/2016)
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 19, 2016, 07:04:18 PM »




ผมเองก็ไม่แน่ใจนักครับว่าใครเป็นฝ่ายที่ดีใจมากกว่ากันระหว่าง เยอร์เก้น คล็อปป์ ที่ได้กลับบ้านหรือ เอาก์สบวร์ก ที่ได้ต้อนรับโค้ชขวัญใจมหาชนคนนี้กลับบ้านเกิดอีกครั้ง
   
Allgemeine หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในเมืองเอาก์สบวร์ก พาดหัวตัวไม้ว่า “Klopp Is Coming Home” พร้อมยกย่องว่าเกมนัดนี้คือเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาวเมืองเอาก์สบวร์ก
   
และเมื่อเกมในสนาม WWK อารีนา จบลงสิ่งที่ คล็อปป์ ได้รับเป็น “ของขวัญ” ในการกลับมาคือขนมเพรตเซลขนาดยักษ์ที่เจ้าหน้าที่ทีมเอาก์สบวร์ก จัดเตรียมเอาไว้ให้เป็นการพิเศษ หลังจากที่ได้ยินว่า คล็อปป์ ซึ่งจากบ้านเกิดเมืองนอนไปกว่า 5 เดือนหาเพรตเซลอร่อยๆทานได้ยากในเมืองลิเวอร์พูล
   
ว่าแล้วในระหว่างการแถลงข่าวที่เต็มไปด้วยความสับสนเพราะล่ามที่จัดหามาให้แปลภาษาจากอังกฤษเป็นเยอรมัน จากเยอรมันเป็นอังกฤษไม่สันทัดนักและหลายครั้งที่ถอดความหมายผิด คล็อปป์ก็อาศัยจังหวะที่ล่ามกำลังพยายามอย่างหนักหักเพรตเซลเข้าปากเป็นว่าเล่น
   
สิ่งเหล่านี้เป็นภาพบรรยากาศน่ารักๆที่หาได้ยากในเกมฟุตบอลยุคนี้
   
ทั้งที่ความจริงไมตรีและกีฬาเป็นของคู่กันเสมอ
   
อย่างไรก็ดีเมื่อย้อนกลับไปดูเกมในสนามแล้ว ทั้งเอาก์สบวร์ก และลิเวอร์พูล ต่างทำหน้าที่ได้อย่างวิเศษทั้งคู่ สมกับเป็นมืออาชีพ
   
ก่อนจะลงสนามมีการประเมินสถานการณ์แล้วมองว่า เอาก์สบวร์ก เจ้าบ้านดูจะลำบากกว่าเล็กน้อยเนื่องจากฟอร์มในฤดูกาลนี้ไม่สู้ดีนักและต้องต่อสู้เพื่อหนีการตกชั้นให้ได้ ในขณะที่ลิเวอร์พูล ความจริงอาการก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่อาศัยการได้ ดาเนี่ยล สเตอร์ริตจ์ และคูตินโญ่กลับมาช่วยให้ทีมบุกไปถล่ม แอสตัน วิลล่า 6-0 ทำให้ดูภาพดีกว่า
   
แต่เอาเข้าจริงเมื่อถึงเวลาลงสนาม เอาก์สบวร์ก แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ใช่ขนมเพรตเซลที่นักเตะลิเวอร์พูล จะมาบิกินเอาได้ง่ายๆ
   
ครึ่งแรกเจ้าบ้านใช้ความเร็วและความแข็งแกร่งเข้าเล่นงานจนทีมเยือนเกือบตั้งกระบวนท่ารับไม่ไหว
   
ความสับสนและความสะเพร่าในเกมรับของลิเวอร์พูล ยังมีให้เห็นทุกนัดโดยเฉพาะทางฝั่งซ้ายที่มี มามาดู ซาโก้ และอัลแบร์โต้ โมเรโน่ ที่ยังขาดความ​ “เนียน” ในการเล่น
   
บุญรักษาที่ลิเวอร์พูล เอาตัวรอดได้และบุญรักษายิ่งกว่าเมื่อ ราอูล โบดาดิญ่า สตาร์ตัวเก่งของเอาก์สบวร์ก โชคร้ายได้รับบาดเจ็บที่กล้ามเนื้อด้านหลังโคนขา ต้องให้ ไคยูบี ลงสนามแทนและทำให้พลานุภาพในเกมรุกของเจ้าบ้านลดลงไปตามลำดับ
   
ในหลายโอกาสของไคยูบี้ น่าคิดว่าหากยังเป็น โบดาดิญ่า ที่ทำหน้าที่อยู่ในสนาม บางทีซิมง มิโญเลต์ อาจต้องมีเก็บบอลที่ก้นตาข่ายบ้างครับ
   
อย่างไรก็ดีเมื่อรอดตัวได้ในครึ่งแรก เป็นปกติที่ครึ่งหลังลิเวอร์พูล มักจะกลับมาเล่นกันได้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้รับคำแนะนำในการแก้เกม ซึ่งสิ่งที่ คล็อปป์ ถ่ายทอดให้ลูกทีมในเรื่องของ “สปีดบอล” และการเข้าทำทางริมเส้นที่ได้ผล สามารถกดดันแนวรับของเอาก์สบวร์ก ได้ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
   
เพียงแต่ความเฉียบคมและความสม่ำเสมอในฟอร์มการเล่นเป็นเรื่องใหญ่ที่ยากเกินกว่าจะเปลี่ยนทุกอย่างได้ในระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์
   
โอกาสที่น่าเสียดายที่สุดที่ลิเวอร์พูล พลาดไปเป็นโอกาสของ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่ได้ลูกเปิดมาจาก เจมส์ มิลเนอร์ ซึ่งทะลุถึงสุดเส้นหลังก่อนตบเข้ากลางมาแต่ดาวยิงกระดูกบางที่ได้โอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงต่อเนื่องครั้งแรกในรอบ 11 เดือนเข้าชาร์จที่เสาแรกพลาดไปอย่างน่าเสียดาย
   
ความจริงการพลาดโอกาสเช่นนี้เป็นเรื่องปกติมากครับ เพียงแต่เมื่อคนที่พลาดเป็นคนที่ทุกคนเชื่อว่าไม่น่าพลาดอย่าง สเตอร์ริดจ์ จึงไม่แปลกที่จะเป็น “ภาพจำ” ในเกมนี้ และสำนักข่าวหลายแห่งเลือกจะใช้การพลาดครั้งนี้เป็นประเด็นใหญ่
   
อย่างไรก็ดีสำหรับสเตอร์ริดจ์ การลงสนามต่อเนื่องเป็นเกมที่ 3 และเป็นการลงเล่นตัวจริงเกมที่ 2 ติดต่อกัน ซึ่งแม้จะลงสนามได้แค่ 60 นาที แต่ก็นับว่าเป็นสัญญาณบวกเพราะแสดงให้เห็นว่าสภาพร่างกายของเขาดีขึ้นและ “พร้อม” มากกว่าการคัมแบ็กหลายๆครั้งที่ผ่านมาที่ต้องเล่นไปกลัวเจ็บไป
   
ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปความกังวลของสเตอร์ริดจ์ และคล็อปป์ จะค่อยๆลดลงไปและทุกอย่างจะกลับมาเข้าที่เข้าทางตามลำดับครับ และจะส่งผลทางอ้อมต่อคู่แข่งในแนวรุกอย่าง ดิวอค โอริกิ รวมถึง คริสเตียน เบนเตเก้ ที่จะต้องเร่งฟอร์มกลับคืนมาหากต้องการโอกาสในการลงสนามบ้าง โดยเฉพาะช่วงปลายฤดูกาลที่เกมจะเหลือน้อยและมีความกดดันจากการลุ้นติดทีมชาติไปฟุตบอลยูโรเป็นปัจจัยเสริม
   
แต่ก่อนจะคิดไปไกลถึงจุดนั้น สำหรับลิเวอร์พูล โดยเฉพาะ คล็อปป์ ที่ทำหน้าที่อย่างหนักมาโดยตลอดนับตั้งแต่รับงานเมื่อเดือนตุลาคม เขาจะได้รับ “เวลา” ที่หาได้ยากยิ่งตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา
   
7 วันนับจากนี้จะเป็นเวลาที่ได้พัก ได้เตรียมตัว และเตรียมใจให้พร้อม
   
เกมสำคัญที่คล็อปป์ จะได้เปิด “บ้านหลังที่สอง” ต้อนรับทีมจากบ้านเกิดเมืองนอนที่แอนฟิลด์กำลังรออยู่
   
เช่นกันกับเกมสำคัญที่สุดในฤดูกาลในการชิงลีก คัพ กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้
   
สำหรับคนที่จากบ้านเกิดเมืองนอนไปหลายเดือน การไม่ต้องกลับไปในฐานะผู้แพ้ การได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ขนมเพรตเซลอร่อยๆ และการได้มีเวลาพักหายใจบ้าง
   
แค่นี้ก็ดีมากแล้วครับ :)
Football Correspondent : )

 

sbobet