ผู้เขียน หัวข้อ: friday and a KOPPUCCINO: สิ่งสำคัญ (26/2/2016)  (อ่าน 531 ครั้ง)

ลูกแม่กิ่ง

  • Moderator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 342
    • ดูรายละเอียด
    • Sockr!
friday and a KOPPUCCINO: สิ่งสำคัญ (26/2/2016)
« เมื่อ: กุมภาพันธ์ 27, 2016, 01:39:17 AM »




ผมดีใจนะครับที่ได้เห็น “หงส์แดง”​ ในชุดใหญ่เล่นกันแบบเต็มสูบไม่มีกั๊กในเกมรอบ 32 ทีมสุดท้ายกับ เอาก์สบวร์ก แม้ว่าผลจะจบลงด้วยชัยชนะที่ฉิวเฉียดเบียดความตาย โดยเฉพาะในช่วงท้ายเกมที่มีจังหวะให้หัวใจหล่นไปอยู่ใต้ตาตุ่มบ้างก็ตาม
   
สิ่งที่ดีใจคือการที่เห็น เยอร์เก้น คล็อปป์ เห็นความสำคัญของเกมทุกนัด และเป็นโค้ชที่เชื่อในหลักการทำงานอย่างต่อเนื่อง รู้ธรรมชาติของการเล่นฟุตบอลว่าทีมที่ดีนั้นเกิดขึ้นได้จากการเล่นด้วยกันในสนาม ไม่ใช่การจัดทีมบนหน้ากระดาษ
   
เรียกว่าเน้นภาค “ปฏิบัติ” เหนือ “ทฤษฎี”
   
ดังนั้นแม้จะชนะไม่สวย ทรงบอลนั้นยังไม่เป็นรูปร่างมากนัก แต่หากใครได้ดูก็น่าจะพอได้เห็น “ประกาย” บางอย่างจากทีมชุดนี้
   
โดยเฉพาะ 3 ประสานในแนวรุก SFC (ชวนให้คิดถึง Super Famicom ทุกที) ระหว่าง ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์, โรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่ และคูตินโญ่ ที่วูบวาบมากพอสมควร จนบางครั้งชวนให้รู้สึกว่าวูบวาบกันเกินไป อยากให้เล่นธรรมดากันบ้างก็ได้ (ฮ่า)
   
ความเฉียบคมอาจจะยังมีน้อยและน่าเป็นห่วง แต่อย่างน้อยที่สุดก็ดีกว่าในช่วงที่ผ่านมาที่เกมรุกของทีมกลายเป็นอัมพาตไม่สามารถสร้างได้แม้แต่ความกดดันให้กับแนวรับคู่แข่ง ต่อให้เจอกับทีมในระดับกลางหรือค่อนล่างของตารางก็ตาม
   
เมื่อข้างหน้าขยับได้ จุดอื่นๆในทีมที่เคยติดขัดก็ขยับตามไม่ว่าจะเป็นเกมแดนกลางที่แสดงให้เห็นถึงพลังไดนามิคล้นเหลือ และเกมรับที่แม้จะยังดูมีจุดเปราะบางอยู่บ้างแต่ก็ดูจะรับมือกับเกมรุกของคู่ต่อสู้ได้ดีขึ้นครับ
   
นี่คือฟุตบอล 60-70 เปอร์เซ็นต์ที่ คล็อปป์ วาดหวังไว้ ส่วนที่เหลืออีก 30-40 เปอร์เซ็นต์เป็นปัจจัยในเรื่องของความเข้ากันภายในทีมที่ต้องใช้ระยะเวลา และในส่วนของคุณภาพผู้เล่นที่อาจต้องมีการเปลี่ยนแปลงบ้างหลังจบฤดูกาลนี้
   
แต่อย่างน้อยที่สุดถือว่าใกล้เคียงมากแล้วกับการได้เห็น 11 คนแรกที่ดีที่สุดที่ คล็อปป์ จะสามารถเรียกใช้ได้นับตั้งแต่ย้ายเข้ามาคุมทีมเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และน่าติดตามว่าทีมชุดนี้จะสามารถพัฒนาไปได้อีกแค่ไหน
   
อย่างไรก็ดีก่อนจะคิดไปไกล ตอนนี้ คล็อปป์ และทีมไม่มีเรื่องใดในหัวใจเท่ากับเกมนัดชิงชนะเลิศลีก คัพ กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในวันอาทิตย์นี้แล้วครับ (ทราบว่าน้องต้น Kopper แฟนพันธุ์แท้ลิเวอร์พูลคนล่าสุด ลงทุนซื้อตั๋วนัดชิงด้วยตัวเอง เห็นว่าจะเก็บเรื่องราวมาฝากพี่น้องทุกคน ก็รอติดตามได้ที่ www.twitter.com/celebrophobia ดูนะครับ ^^)
   
ที่บอกเช่นนี้ก็เพราะสำหรับสโมสรอย่าง ลิเวอร์พูล โทรฟี่ทุกใบมีความสำคัญเสมอ โดยเฉพาะในยามที่ทีมตกต่ำเช่นนี้ โทรฟี่ใบเล็กอย่างลีก คัพ นั้นมีความหมายมาก
   
มันไม่ใช่แค่เรื่องของขวัญและกำลังใจ หากแต่เป็นเรื่องของ “แรงบันดาลใจ” ด้วยเช่นกัน
   
จริงอยู่ที่หากเรามองแชมป์ลีก หรือแชมป์ยุโรปเป็นที่หมาย ก็ต้องยอมรับว่าปลายทางนั้นอยู่ห่างไกลอย่างมากและเป็นสิ่งที่ต้องใช้ความพยายาม และใช้เวลาอีกพอสมควรกว่าจะก้าวเดินไปถึงจุดนั้นได้
   
การคว้าแชมป์ฟุตบอลถ้วยนั้นไม่ได้หมายความว่าทีมจะพบเจอ “ทางลัด” หรือสามารถก้าวกระโดดไปได้ไกลในฉับพลันครับ
   
หากแต่กำลังใจและแรงบันดาลใจที่ได้รับจะทำให้เราเดินได้เร็วขึ้นและมั่นใจขึ้น
   
ไม่มีอะไรมากหรือน้อยไปกว่านั้น
   
สำหรับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้จะเคยเสียทีให้แก่เกมกลยุทธ์ของ คล็อปป์ มาแล้วคาเอติฮัด สเตเดี้ยม แต่ทีมของ มานูเอล เปเญกรินี่ เป็นทีมที่เคยสัมผัสชัยชนะมาแล้ว พวกเขารู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะได้มันมา ซึ่งต่อให้ใช้ทีมชุดผสมลงสนามก็ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถเอาชนะพวกเขาได้โดยง่าย
   
เรียนตรงๆว่าผมไม่มั่นใจเลยสักนิดครับว่า ลิเวอร์พูล จะเป็นผู้ชนะในเกมนี้
   
แต่ในฐานะค็อปชนคนหนึ่ง หน้าที่ของเราไม่มีอะไรมากไปกว่าการให้กำลังใจและยืนหยัดเคียงข้างกัน ซึ่งถึงจะไม่มีช่องใดในประเทศไทยที่ถ่ายทอดสดให้ชม แต่ผมก็คงไม่ต่างจากชาวเราอีกหลายคนที่คงจะดิ้นรนจนหาชมเกมนี้จนได้ (แนะนำ www.futbo.tv ครับ มีให้ชมผ่านระบบ Streaming)
   
ผมย้ำอีกครั้งนะครับว่าผมไม่มั่นใจว่าเราจะเป็นผู้ชนะ และถึงแม้จะชนะก็ไม่ได้หมายความว่าลิเวอร์พูลชุดนี้จะกลายเป็นยอดทีมในข้ามคืน
   
ในทางตรงข้ามหากเกิดพลาดท่าเสียทีพ่ายแพ้ขึ้นมา นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นจุดจบของจักรวาลแต่อย่างใด
   
มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นอีกครั้งบนเส้นทางที่ยาวไกลครับ
   
สิ่งสำคัญที่เราต้องทำคือการเดินเคียงกันไป เชื่อมั่นพวกเขาให้ถึงส่วนลึกของหัวใจ
   
ไม่ว่าจะได้โอบกอดเพื่อร่วมฉลองชัย หรือตบไหล่เพื่อปลอบประโลมก็ตาม ผมหวังว่าเราจะได้ทำไปด้วยกัน
Football Correspondent : )

 

sbobet