ผู้เขียน หัวข้อ: friday and a KOPPUCCINO: สายหมอก หงส์แดง และนักเตะเทวดา  (อ่าน 594 ครั้ง)

ลูกแม่กิ่ง

  • Moderator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 342
    • ดูรายละเอียด
    • Sockr!




ข่าวการจากไปของ “นักเตะเทวดา” โยฮัน ครอยฟ์ สร้างความโศกเศร้าให้แก่วงการฟุตบอลทั่วโลกเป็นอย่างยิ่งครับ ไม่เว้นแม้แต่ทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เองที่มีความสัมพันธ์อันดีกับยอดปราชญ์ลูกหนังชาวฮอลแลนด์มาตลอด
   
คำพูดของ ครอยฟ์ ยังแขวนไว้บนผนังของศูนย์ฝึกเมลวูดเอาไว้จนทุกวันนี้
   
“ผมนั่งอยู่ในแอนฟิลด์และเฝ้าดูทีมลิเวอร์พูลกับแฟนๆของพวกเขา แฟนๆเหล่านี้ทำให้ผมสั่นไปทั้งตัว ผู้คนจำนวนกว่า 40,000 คนรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวเพื่อหนุนหลังทีมของพวกเขา”
   
สำหรับคนเช่นครอยฟ์ - ไม่ใช่เรื่องง่ายที่เขาจะยอมรับหรือชื่นชมใคร ดังนั้นการที่ลิเวอร์พูล รวมถึงเหล่า Kopites ได้รับการสดุดีจากนักเตะเทวดาผู้นี้ถือเป็นเกียรติอย่างสูงยิ่ง
   
ไม่เพียงเท่านั้น สำหรับเขานักฟุตบอลผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของโลก ท่ามกลางเกมลูกหนังมากมายในชีวิต หนึ่งในเกมที่เขาจดจำและชื่นชอบมากที่สุดคือการลงสนามพบกับ ลิเวอร์พูล นั่นเอง
   
เกมที่ได้รับการขนานนามว่า De Mist Wedstijd หรือ The Fog Game เกมในสายหมอก ในศึกยูโรเปี้ยน คัพ ปี 1966 ปีเดียวกับที่ทีมชาติอังกฤษ คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาครองได้ในบ้านเกิด และเป็นปีที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ของบิลล์ แชงคลีย์ กำลังเข้าฝักร้อนแรงและเป็นตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์ฟุตบอลสโมสรยุโรปในตอนนั้น
   
แต่ครอยฟ์ และไอแอ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ในยุคเริ่มต้นของ “โททัล ฟุตบอล” ไล่สอนบอล “หงส์แดง” ด้วยสกอร์ถึง 5-1
   
เกมดังกล่าวถูกปกคลุมด้วยสายหมอกชนิดที่ผู้ชมในสนามหรือแม้แต่กล้องโทรทัศน์เองยังไม่สามารถจะมองเห็นอะไรได้ โดยที่เกมเกือบจะไม่ได้รับอนุญาตให้แข่งขันด้วยซ้ำ แต่ในที่สุดเกมก็เริ่มต้นและจบลงด้วยชัยชนะมหัศจรรย์ของไอแอ็กซ์ (โดยหนึ่งในสักขีพยานเกมนั้นคือ หลุยส์ ฟาน ฮาล ในวัย 15 ปีที่ฝ่าด่านสจ๊วร์ต เพื่อขอไปชมเกมในบูททีวีในสนาม)
   
ครอยฟ์ ในวัย 19 ปีทำผลงานได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยเป็นผู้ทำประตูที่ 2 ซึ่งเป็นประตูที่แทบไม่มีใครมองเห็นว่าเกิดอะไรขึ้น และทำให้ไอแอ็กซ์ นำสบายถึง 4-0 ในครึ่งแรก ก่อนจะหนีห่างเป็น 5-0 แต่ คริส ลอว์เลอร์ ยิงตีไข่แตกปลอบใจให้อาคันตุกะจากเมอร์ซีย์ไซด์ได้ 1 ประตู
   
ด้านแชงค์ส เองพูดกับสื่อว่าไม่ประทับใจกับไอแอ็กซ์ และคิดว่าพวกเขาโชคดี แต่จะโดนลิเวอร์พูล ถล่ม 7-0 ในเกมที่แอนฟิลด์แน่นอน แต่ลับหลังยังต้องกล่าวชื่นชมเจ้าหนูที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ผู้นี้กับลูกทีในระหว่างการเดินทางกลับอังกฤษ
   
เมื่อถึงครากลับมาสู้กันในแอนฟิลด์บ้าง ครอยฟ์ ก็ยังทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเหมือนเดิม โดยยิงประตูขึ้นนำก่อนในนาทีที่ 49 ก่อนที่ โรเจอร์ ฮันท์ ตำนานดาวยิงในยุคนั้นจะยิงตีเสมอให้ แต่เจ้าหนูเทวดาก็ยิงหนีห่างออกไปอีกในนาทีที่ 71 และเป็น ฮันท์ ต้องมาช่วยทีมไล่ตีเสมออีกครั้ง เกมจบลงด้วยการเสมอกัน 2-2 และเป็น ไอแอ็กซ์ ที่ได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป
   
หลังจากนั้นในช่วงชีวิตของ ครอยฟ์ เขามีโอกาสได้โคจรมาพบกับลิเวอร์พูลอีกเพียงครั้งเดียวในรอบรองชนะเลิศ ยูโรเปี้ยน คัพ ปี 1976 โดยย้ายมาเล่นให้กับ บาร์เซโลน่าแล้ว แต่ครั้งนี้ “หงส์แดง” ของบ็อบ เพสลีย์ บุกไปชนะได้ 1-0 ที่คัมป์ นู จากประตูของ จอห์น โตแช็ก และกลับมาเสมอกันที่ 1-1 ที่แอนฟิลด์ ก่อนที่ลิเวอร์พูล จะคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 2 ได้ในปีนั้น
   
อย่างไรก็ดีสำหรับ ครอยฟ์ ไม่มีเกมใดจะเป็นที่จดจำของเขาได้มากกว่าเกมในสายหมอก
   
เช่นกันกับพลังของเหล่า Kopites ที่เป็นดังความมหัศจรรย์ของเกมลูกหนัง
   
ลาก่อน “นักเตะเทวดา” ...
Football Correspondent : )

 

sbobet