ผู้เขียน หัวข้อ: friday and a KOPPUCCINO: Do a Tottenham (1/4/2016)  (อ่าน 470 ครั้ง)

ลูกแม่กิ่ง

  • Moderator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 342
    • ดูรายละเอียด
    • Sockr!
friday and a KOPPUCCINO: Do a Tottenham (1/4/2016)
« เมื่อ: เมษายน 02, 2016, 01:06:02 AM »




“เราจะไม่เป็นอย่างท็อตแน่ม”
   
ก่อนเกมสำคัญที่แอนฟิลด์ในคืนวันเสาร์นี้ ผมอดคิดถึงคำพูดของ เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส ที่กล่าวในระหว่างช่วงพรีซีซั่นฤดูกาล 2014-15 ขึ้นมาไม่ได้ครับ
   
ถึงจะไม่ใช่ทีมที่เป็นคู่ปรับกันแต่ดั้งเดิมมาแต่ปฏิเสธไม่ได้ครับ ลิเวอร์พูล กับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ไม่ได้เป็นทีมที่ “ญาติดี” ต่อกันนัก
   
ไม่นับเรื่องของการ “แก่งแย่งชิงดี” ในฐานะทีมระดับ “ท็อปโฟร์” ในช่วงหลายปีก่อนหน้า ประเด็นเรื่องของการ “ลอกการบ้าน” ของทีมจากลอนดอนที่มักจะรอจังหวะและปาดหน้าคว้าตัวผู้เล่นที่ลิเวอร์พูล สนใจไปหลายต่อหลายคนก็เป็นเรื่องที่แซวกันสนุกปากในหมู่คนที่ไม่ใช่แฟนทั้งสองทีม
   
เรื่องนี้แซวกันหนักจนถึงขั้นว่า สเปอร์ส ไม่ต้องทำอะไรมากไปกว่าการรอดูว่าลิเวอร์พูลอยากได้นักเตะคนไหน ก็รีบส่งทีมเจรจาเข้าไปปิดดีลก่อนทันที
   
ตลกร้ายแต่กลายเป็นเรื่องจริงที่ขำไม่ออกสำหรับเดอะ ค็อป
   
อย่างไรก็ดีในช่วง 2-3 ปีหลัง ลิเวอร์พูล กับสเปอร์ส ไม่ได้ดูขัดกันมากนักครับเนื่องจากสถานการณ์ของทั้งสองทีมมีความผันผวนสูง ใน 2 ฤดูกาลก่อนขณะที่ สเปอร์ส กำลังเสียศูนย์จากการสูญเสีย แกเร็ธ เบล ไปให้กับ เรอัล มาดริด ลิเวอร์พูลก็ผงาดขึ้นมาเป็นทีมระดับลุ้นแชมป์ ขณะที่ฤดูกาลที่แล้วต่างฝ่ายต่างย่ำแย่ไม่มีเวลาให้อิจฉากันและกันมากนัก
   
มาในปีนี้ ลิเวอร์พูล ยังล้มลุกคลุกคลานเป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกัน แต่สเปอร์ส กำลังมีลุ้นแชมป์เต็มตัว
   
อาจจะไม่ใช่ทุกคนที่รู้สึก แต่โดยส่วนตัวผมเองนั้นรู้สึกครับ
   
บางทีเราน่าจะเป็นอย่างท็อตแน่มบ้าง?
   
ในความหมายของคำว่าเป็นอย่างท็อตแน่มนั้น ไม่ใช่ในความหมายเดียวกับที่ ร็อดเจอร์ส เคยกล่าวไว้ โดยในครั้งนั้นนักข่าวถามถึงเรื่องที่ "บีร็อด" ซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมหลายรายหลังการสูญเสีย หลุยส์ ซัวเรซ ว่าจะทดแทนการจากไปของ "เอล ปิสโตเลโร" ได้หรือไม่ หรือทีมจะทรุดแบบสเปอร์ส ที่ขาดเบลก็เหมือนขาดใจ

วันนี้ผมว่าเรารู้คำตอบกันดีแล้วว่าเราเป็นอย่างท็อตแน่มในวันนั้นหรือเปล่า

แต่คำว่า Do a Tottenham ที่อยากให้เป็น นั้นหมายถึงการที่พวกเขาในวันนี้กลับมาเป็นทีมที่มีศักยภาพถึงลุ้นแชมป์ได้ด้วยสไตล์ที่น่ายกย่อง

ผมเชื่อว่าลิเวอร์พูลก็มีโอกาสจะเป็นเช่นนั้นได้ครับ
   
เพียงแต่ก่อนจะถึงปลายทางนั้น สำคัญว่า “ระหว่างทาง” เราทำได้ดีแค่ไหน
   
สเปอร์ส เดินทางมาถึงทุกวันนี้ผ่านการลองผิดลองถูกมาไม่น้อยครับ พวกเขาสร้างตัวเองจากทีมระดับกลางจนกลายเป็นทีมระดับแถวหน้าที่ไม่ธรรมดาได้สำเร็จ และยกระดับขึ้นมาอยู่ในสถานะที่ไม่ได้เป็นรองมหาอำนาจเก่าอย่าง ลิเวอร์พูล หรือคู่ปรับร่วมเมืองอย่างอาร์เซนอลมากนัก
   
ทั้งหมดมาจากการบริหารงานที่ยอดเยี่ยมของหนึ่งในประธานสโมสรที่เขี้ยวที่สุดในพรีเมียร์ลีกอย่าง ดาเนี่ยล เลวี่ ซึ่งวางโครงสร้างของสโมสรเอาไว้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องในหรือนอกสนาม
   
โดยเฉพาะเรื่องในสนาม​ สเปอร์ส ทำได้ดีมากโดยเฉพาะเรื่องของการเฟ้นหานักเตะที่พวกเขามักจะได้ของดีมาในราคาที่ไม่แพง และเกือบทั้งหมดเป็นนักเตะที่ใช้งานได้ดีจริง
   
อาจมีบ้างบางรายครับที่ล้มเหลว และบางรายต้องใช้ระยะเวลาในการพิสูจน์ตัวเองนานกว่าที่คาด แต่มาถึงทุกวันนี้ความอดทนที่ทุกฝ่ายมอบให้แก่ผู้เล่น รวมถึงผู้จัดการทีมอย่าง เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ นั้นเริ่มเห็นผลแล้ว
   
ทุกวันนี้สเปอร์ส เป็นทีมที่เล่นอย่างมีสไตล์ ไม่เฉพาะระบบการเล่นที่ลงตัว นักเตะในทีมล้วนมีเทคนิคการเล่นที่สูง มีความเข้าใจเกมที่ดีมาก และมีความเข้าใจต่อกันในระดับยอดเยี่ยม
   
มากไปกว่านั้นคือการที่มีนักเตะที่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้หลายคน ไม่ว่าจะเป็น แฮร์รี่ เคน, คริสเตียน เอริคเซ่น และสตาร์แห่งอนาคตที่ลิเวอร์พูล เสียดายมากที่สุดอย่าง เดลเล อัลลี ที่กำลังเป็นดาวจรัสแสงในฤดูกาลนี้ (ผมมั่นใจว่ารางวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีไม่ไปไหนแน่นอน)
   
มองมาที่ ลิเวอร์พูล จะว่าคล้ายก็คล้าย จะว่าต่างก็ต่างครับ
   
ในแนวทางแล้วหลายอย่างดูคล้ายกันไม่ว่าจะเป็นแนวคิดการทำทีมแบบสมัยใหม่ ระบบโครงสร้างสโมสร หรือขุมกำลังภายในทีม แต่สิ่งที่ดูแตกต่างกันอย่างชัดเจนคือคุณภาพของผู้เล่นที่ ลิเวอร์พูล เป็นรองอย่างค่อนข้างชัดเจนบนหน้ากระดาษ
   
จุดนี้ยิ่งสะท้อนให้เห็นชัดถึงความอ่อนด้อยของการเฟ้นหาผู้เล่นของลิเวอร์พูล ที่ตำน้ำพริกละลายแม่น้ำไปมากมายมหาศาลตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา
   
อย่างไรก็ดีภายใต้การนำของคล็อปป์ ผมเชื่อว่าปัญหาในส่วนนี้น่าจะได้รับการแก้ไขที่ดีขึ้นในฤดูกาลหน้าเป็นต้นไปครับ
   
ช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมามีรายงานข่าวการย้ายทีมของลิเวอร์พูลค่อนข้างเยอะ หลายคนน่าตื่นเต้น โดยเฉพาะ มาริโอ เกิตเซ่ ซึ่งไม่ว่าจะย้ายมาจริงหรือไม่ก็ค่อนข้างชัดเจนว่านี่คือเป้าหมายที่สำคัญที่สุดของ คล็อปป์ ในฤดูกาลหน้า
   
ประเมินจากเส้นทางของสเปอร์ส - หากคล็อปป์ ได้เฟ้นหานักเตะที่ตัวเองต้องการและใช้งานได้จริงในฤดูกาลหน้า และปรับสมดุลกันระหว่างนักเตะเก่ากับนักเตะใหม่
   
ภายในระยะเวลา 2-3 ปี หากเราอดทนกับคล็อปป์และนักเตะเหล่านี้มากพอ
   
โอกาสที่เราจะ Do a Tottenham ที่สร้างทีมให้กลับมาเป็นทีมระดับท็อปและมีโอกาสลุ้นแชมป์นั้นเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ครับ
   
แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราจะยอมให้พวกเขาผ่านเพื่อไปลุ้นแย่งแชมป์กับ เลสเตอร์ ที่กำลังลุ้นแชมป์ด้วยเรื่องราวอีกแบบหนึ่งได้ง่ายๆ
   
ผมค่อนข้างเชื่อมั่นลึกๆว่าลิเวอร์พูล มีโอกาสจะเป็นทีมที่ช่วยตัดสินแชมป์ในฤดูกาลนี้
   
และมันอาจเกิดขึ้นในเกมนี้เลยก็เป็นได้ครับ

   
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 02, 2016, 01:56:21 AM โดย ลูกแม่กิ่ง »
Football Correspondent : )

 

sbobet