ผู้เขียน หัวข้อ: friday and a KOPPUCCINO: 200 วัน (22/4/2016)  (อ่าน 1161 ครั้ง)

ลูกแม่กิ่ง

  • Moderator
  • Sr. Member
  • *****
  • กระทู้: 342
    • ดูรายละเอียด
    • Sockr!
friday and a KOPPUCCINO: 200 วัน (22/4/2016)
« เมื่อ: เมษายน 23, 2016, 01:53:17 AM »




เวลาผ่านอะไรหลายอย่างก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดนะครับ
   
ย้อนหลังกลับไปเมื่อ 200 วันก่อน ผมยังจำได้ในเกม “เมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้แมตช์” ที่กูดิสัน ปาร์ค - เบร็นแดน ร็อดเจอร์ส คุมทีมลงสนามท่ามกลางกระแสข่าวลือสะพัดว่าการตัดสินใจเรื่องอนาคตของเขาได้ถูกกำหนดขึ้นก่อนหน้าที่เกมจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว
   
ไม่ว่าผลการแข่งขันจะจบลงเช่นไร ทางเลือกของเขามีทางเดียวคือต้อง “ไป” เพื่อหยุดปัญหาที่กำลังลุกลามจนเกินเยียวยา และให้โอกาสคนใหม่เข้ามาทำงานบ้าง
   
วันนั้นเกมจบลงด้วยการเสมอกัน 1-1 ซึ่งเป็นฟอร์มที่ดีที่สุดนัดหนึ่งของลิเวอร์พูล ที่ย่ำแย่มาตลอดตั้งแต่ต้นฤดูกาล เพียงแต่สุดท้าย ร็อดเจอร์ส ก็ต้องไปอยู่ดี
   
อาจจะพอทราบกันบ้างว่าการล่ำลาของ ร็อดเจอร์ส ไม่ได้สวยงามนัก แต่อย่างน้อยในวิสัยของผู้จัดการทีมที่เคารพใน “ขนบ” ของสโมสรแห่งนี้ ทำให้ไม่มีปฏิกริยาในแง่ลบออกมาจากฝั่งของกุนซือ Ulsterman
   
การจากไปของร็อดเจอร์ส สายลมแห่งโชคชะตาได้พัดพา เยอร์เก้น คล็อปป์ “ชายในฝัน” จากเยอรมัน ให้กลายเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ของลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นตัวเลือกที่เกินจากความคาดหวังของแฟนบอลไปอย่างมาก
   
เพราะอย่างที่ทราบ คล็อปป์ เป็นหนึ่งในโค้ชที่เนื้อหอมที่สุดในโลก และเดิมถูกคาดหมายว่าจะเข้ารับตำแหน่งในทีมบาเยิร์น มิวนิค ต่อจาก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่จะเดินทางมาคุมทีแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในฤดูกาลหน้า แต่เมื่อทุกอย่างผิดจังหวะสำหรับ คล็อปป์ และบาเยิร์น ก็กลายเป็นโอกาสที่ลิเวอร์พูลจะยื่นมือเข้ามาพอดี
   
โชคดีสำหรับลิเวอร์พูล ที่เขาเป็นโค้ชที่ไม่ได้คิดเรื่องของความสำเร็จหรือการเงินเป็นใหญ่ และโชคดีสำหรับลิเวอร์พูลที่สโมสรก่อนหน้าของคล็อปป์ คือโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทีมฟุตบอลที่มีความคล้ายคลึงกับลิเวอร์พูลมากที่สุดในหลายด้าน
   
ไม่ว่าจะเป็นเหล่ากองเชียร์ผู้พร้อมหนุนหลังทีมเสมอ ชาว “กำแพงเหลือง” ที่ทรงพลังไม่แพ้ “เดอะ ค็อป” หรือแม้กระทั่งเพลงประจำสโมสรก็ใช้ You’ll Never Walk Alone เหมือนกัน
   
คล็อปป์ ไม่ได้มามือเปล่าแต่เอา “ความหวัง” มาฝากด้วย
   
ความหวังจากเขาช่วยทำให้บาดแผลและความเจ็บปวดบรรเทาลงได้ อย่างน้อยระยะเวลาหนึ่งครับ ก่อนที่กุนซือจ้าวอารมณ์จะต้องแก้ไขปัญหามากมายที่เกิดขึ้น ทั้งที่เป็นมรดกทางปัญหาที่ ร็อดเจอร์ส สร้างขึ้นและยังแก้ไขไม่ได้ รวมถึงปัญหาใหม่ที่เกิดจากการทำงานของเขาที่ “หนัก” เกินกว่าลูกทีมจะรับไหว

   
จากวันนั้นถึงวันนี้เป็นระยะเวลาราว 200 วัน - ผมเชื่อว่าเรามองเห็นความเปลี่ยนแปลงภายในทีมลิเวอร์พูลได้ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆครับ
   
“หงส์แดง” เวลานี้ กลับมาเป็นทีมที่มีระบบการเล่นที่แข็งแกร่ง มีนักฟุตบอลที่เข้าใจในแท็คติกส์การเล่น และมีขุมกำลังที่ถือว่าใช้ได้สำหรับการต่อกรกับคู่แข่งระดับท็อป
   
มันอาจไม่ใกล้เคียงกับคำว่าสมบูรณ์แบบ แต่อย่างน้อยเราได้เห็นนักเตะที่ก่อนนี้เปรียบเหมือน “ขยะ” หลายคนถูกนำมาปัดฝุ่นใหม่จนกลายเป็นนักฟุตบอลที่ดีอีกครั้ง
   
ความจริงจะบอกว่าหลายคนก็ไม่เชิงครับ เรียกว่าปัดฝุ่นทั้งทีมก็ไม่น่าจะเกินความจริงไปนัก
   
ไม่ว่าจะเป็น ซิมง มิโญเลต์, อัลแบร์โต้ โมเรโน่, มามาดู ซาโก้, เดยัน ลอฟเรน, ลูคัส เลวา, เอ็มเร่ ชาน, โจ อัลเลน, โรแบร์โต้ เฟียร์มิโน่, ดิวอค โอริกิ นักเตะเหล่านี้กลับมาทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจอีกครั้ง รวมถึง ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ที่คล็อปป์ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาดูแลสภาพร่างกายของดาวยิงเบอร์หนึ่งได้ สิ่งที่เหลือต่อจากนี้เป็นหน้าที่ของ สเตอร์ริดจ์ เองที่จะต้องเร่งฟอร์มพิสูจน์ตัวเองบ้าง
   
เช่นกันกับกลุ่มนักเตะดาวรุ่งที่ได้โอกาสหลายคน ไม่ว่าจะเป็น เควิน สจ๊วร์ต, แบร๊ด สมิธ, คอนเนอร์ แรนดัลล์, เชยี โอโจ้ หรือแม้แต่ เฌอโรม ซินแคลร์ เองหากไม่คิดจะย้ายออกก็น่าจะได้รับโอกาสลงเล่นช่วงนี้เช่นกัน
   
เหลือเพียงไม่กี่คนที่ คล็อปป์ ยัง “จูน” กลับมาไม่ได้ อย่างเช่น จอร์ดอน ไอบ์ และ คริสเตียน เบนเตเก้
   
ในเชิงแท็คติกส์ อย่างที่บอกครับว่าลิเวอร์พูลเวลานี้กลับมาเป็นทีมที่เล่นได้แข็งแกร่งอีกครั้ง นักเตะในทีมเข้าใจ Gegenpressing มากขึ้นและทำให้เกมของลิเวอร์พูล รวดเร็วและดุดันใกล้เคียงกับในวันที่มี หลุยส์ ซัวเรซ อยู่ในทีม
   
จุดนี้สำคัญมากเพราะ เพราะระบบคือ “ฐาน” ของทีม ซึ่งสำคัญที่สุด และคล็อปป์ สร้างตรงนี้ได้สำเร็จ
   
เหนืออื่นใดคือ “สปิริต” ภายในทีมที่ดีเยี่ยม ความรัก ความอ่อนโยน ความห่วงใยของคล็อปป์ ถูกส่งผ่านถึงลูกทีมไม่ว่าจะด้วยรอยยิ้มหรืออ้อมกอด และนักเตะก็ส่งผ่านความรู้สึกดีๆเหล่านั้นกลับต่อให้แฟนๆในทุกวันที่ลงสู่สนาม ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะก็ตาม
   
ทั้งหมดที่กล่าวมา องค์ประกอบที่สำคัญของการเป็นทีมฟุตบอลที่ดีครับ และมันเกิดขึ้นในระยะเวลาแค่ 200 วัน!
   
อย่างไรก็ดีการเป็นทีมฟุตบอลที่ดีเป็นคนละเรื่องกับทีมฟุตบอลที่ประสบความสำเร็จ
   
การจะประสบความสำเร็จยังมีองค์ประกอบอื่นๆที่ต้องเติมเข้ามาอีก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของตัวผู้เล่น เรื่อของกลยุทธ์การเล่นบางอย่าง เรื่องของทัศนคติในการเล่นที่บางครั้งจำเป็นต้องเน้นผลมากกว่าฟอร์ม ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องว่ากันใหม่ในฤดูกาลหน้า
   
และผมไม่คิดว่าคล็อปป์ จะอยากสร้างทีมที่เน้นเพียงความสำเร็จแบบนั้น เพราะแนวทางของเขานั้นชัดเจนครับว่าเขาต้องการสร้างทีมที่ดีและประสบความสำเร็จได้ด้วย
   
มันเป็นแนวทางที่ซื่อตรงต่ออุดมการณ์ และแตกต่างจาก “ทางลัด” ที่เหล่าทีมอัครมหาเศรษฐีใช้กันในปัจจุบัน
   
ผมเชื่อว่าคล็อปป์ พร้อมที่จะรอและพร้อมที่จะพิสูจน์ให้เราเห็นในสิ่งที่เขาเคยทำได้มาแล้วกับดอร์ทมุนด์
   
สำหรับเราเหล่าค็อปชน - ไม่จำเป็นต้องทำอะไรมากกว่าให้ “โอกาส” และ “เวลา” อย่างเต็มที่
   
ข้อสงสัยในตัวหลายอย่างที่เคยเกิดขึ้นบ้างในช่วงที่ทีมประสบปัญหา เวลานี้ผมเชื่อว่าเราได้คำตอบที่ชัดเจนทุกอย่างแล้ว
   
เยอร์เก้น คล็อปป์ นั้นเป็นยอดฝีมือ เป็นคนจริง และเหนืออื่นใด เขาเป็นคนที่สามารถพูดได้ว่าเกิดมาเพื่อลิเวอร์พูลจริงๆ
   
200 วันสำหรับการเปลี่ยนแปลงทีมฟุตบอลที่ใกล้ล่มสลายให้กลายเป็นทีมฟุตบอลที่ดีได้อีกครั้ง เป็นผลงานที่ควรยกย่อง
   
แล้วเรามารอดูกันครับว่าอีก 365 วัน “หงส์แดง” ทีมนี้จะโบยบินไปได้ไกลแค่ไหน
   
ผมก็อยากรู้เช่นกัน
Football Correspondent : )

 

sbobet