หลังพ่ายแพ้เกมเปิดสนามต่อ "เดอะ แบ็กกี้ส์" เวสต์บรอมวิช อย่างชนิดหักปากกาเซียน ทำให้มีบทวิเคราะห์ออกมามากมายถึงสาเหตุและแนวทางที่ต้องปรับสำหรับ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล
เรามาลองดู 6 สิ่งที่ทีมหงส์แดงได้เรียนรู้มาจากเกมเปิดสนามพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่กันนะครับ ทาง คาร์ล แม็ทเชตต์ ซึ่งเป็นคอลัมนิสต์ที่เขียนเรื่องหงส์ได้แจงเรื่องนี้เอาไว้ในเว็บไซค์บลีชเชอร์รีพอร์ท
1. ช่วงฮันนีมูนของ ร็อดเจอร์ส จบลงแล้ว
หลังจากตั้งความหวังกับทฏษฏี ติกี้-ตาก้า ของร็อดเจอร์สมาตลอดช่วงปรีซีซั่นที่ผ่านมา ถึงเวลาที่จะต้องถูกนำมาใช้จริงแล้ว ดังนั้นต่อไปจะเป็นข่วงที่แฟนบอลต่างเอาผลงานเป็นตัวชี้วัดซึ่ง ร็อดเจอร์ส จะต้องเข้าใจความกดดันในจุดนี้แล้วเพราะแฟน ๆ จะอยู่ในอารมณ์คนละเรื่องกับช่วงก่อนหน้านี้เลย
2. ระบบ 4-3-3 ที่ร็อดเจอร์สนำมาใช้ต้องทำงานกันอีกเยอะ
ยังมีความแตกต่างของนักเตะลิเวอร์พูลในระบบการเล่นใหม่อยู่ แม้ระบบนี้จะถูกนำมาใช้ตั้งแต่ช่วงปรีซีซั่นแต่ความเข้าใจและทัศนคติยังต้องใข้เวลาในการจูนอีกซักนิด นักเตะลิเวอร์พูลหลายคนยังพยายามเล่นฟุตบอลยาก ยังคงสไตล์การเล่นเดิมๆ เป็นงานที่ ร็อดเจอร์สและทีมงานต้องแก้ไขให้ได้เร็วที่สุด
3. โจ อัลเลน สามารถเข้ากับสไตล์การเล่นของทีมได้ทันที
อาจจะเพราะว่า อัลเลน เองเล่นในระบบการเล่นแบบนี้อยู่แล้วกับ สวอนซี ทำให้เขาไม่ต้องเสียเวลาในการปรับตัวเลย สิ่งที่เขาจะต้องปรับก็เห็นจะเป็นความเข้าใจกับเพื่อนร่วมทีมที่ยังไม่ชินกับระบบการเล่นใหม่อยู่ ในเกมที่ผ่านมากับเวสต์บรอมวิช อัลเลน ส่งได้แม่นยำถึง 96 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียวหรือ 24 ครั้งผ่านสำเร็จจาก 25 ครั้ง แถมยังมีการตัดบอลได้อีก 3 ครั้งด้วย
4. การขาด แอ็กเกอร์ มีผลกระทบใหญ่กับทีม
ลิเวอร์พูลไม่ใช่ไม่เคยเล่นด้วยตัวผู้เล่นสิบคน แต่เกมเมื่อวานทำให้เห็นว่า หลังจากที่ แอ็กเกอร์ โดนใบแดง เกมรับของลิเวอร์พูลจัดระเบียบกันไม่ได้เลย กองหลังเหลือสี่คน (คาร์ร่าถูกเปลี่ยนลงมา) แต่ไม่สามารถป้องกันรุกของ เวสต์บรอมวิชได้เลย เรียกว่าแตกต่างกับตอนที่ทีมยังมี แอ็กเกอร์ อยู่มาก ๆ และความเสียหายต่อไปคือเกมหน้ากองหลังเดนมาร์กจะโดนแบนด้วยสิ
5. หลุยส์ ซัวเรซ ต้องการตัวช่วยในการทำประตู
แม้โดยผลงานส่วนตัวของ ซัวเรซ จะทำสถิติยิงนกตกปลาไปเยอะ แต่ถ้ามองอีกด้านจะเห็นได้เลยว่าภาระในการทำประตูกลับอยู่ที่ดาวยิงรายนี้คนเดียว เพราะคนอื่นแทบจะหาโอกาสในการทำประตูไม่ได้เลย นั่นหมายความว่า ซัวเรซคม ลิเวอร์พูลก็ชนะ แต่ถ้าซัวเรซฟอร์มหายอย่างที่เห็น ลิเวอร์พูลก็ปิดประตูชนะไปเลย
6. ลิเวอร์พูลยังต้องการนักเตะใหม่เพิ่มอีกหนึ่งถึงสองคน
แค่เกมแรก โจ โคล ก็เจ็บ ขณะที่ แอ็กเกอร์ เองก็โดนแบน แต่นั่นเมื่อมองไปที่ม้านั่งสำรองแล้ว แทบจะไม่มีใครเลยที่สามารถลงมาเปลี่ยนเกมได้ในยามที่ต้องการ การมีข่าวกับ นูริ ซาฮิน และ คลิ้นท์ เดมป์ซีย์ อาจจะเป็นทางเลือกที่แตกต่างมากขึ้นหากทั้งคู่มีชื่ออยู่ในทีมด้วย