เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังกัปตันทีมลิเวอร์พูล ออกโรงโต้ว่าการปรับแท็กติกของ 'หงส์แดง' เพื่อขันเกมรับให้แน่นขึ้น ไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเกมรุกของทีม หลัง ลิเวอร์พูล ไม่สามารถเจาะประตู ลีดส์ ยูไนเต็ด ได้ทำให้เสมอกันไป 0-0 ในศึกพรีเมียร์ลีก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการเสมอแบบไร้สกอร์ในถิ่นแอนฟิลด์ครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี
ผลเสมอดังกล่าวถูกมองว่าเป็นโอกาสทองที่หลุดลอย หลังลิเวอร์พูลไม่สามารถทิ้งห่างกลุ่มคู่แข่งในการลุ้นท็อปโฟร์ได้ แม้เกมรับจะดูเหนียวแน่นขึ้น และรับมือกับลูกตั้งเตะได้ดีขึ้นก็ตาม
เกมนี้ทีมของ อาร์เน่อ สล็อต ต้องเจอปัญหาแนวรุกเต็มรูปแบบ เมื่อขาดทั้ง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ที่ไปรับใช้ชาติในศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ และ อเล็กซานเดอร์ อิซัค ที่มีอาการบาดเจ็บ ทำให้ลิเวอร์พูลยิงตรงกรอบได้เพียง 4 ครั้งจาก 19 โอกาส และมีจังหวะสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษคู่แข่งแค่ 35 ครั้ง โดยแทบไม่สร้างปัญหาให้กับ ลูคัส แปร์รี นายทวารลีดส์
ก่อนหน้านี้ ลิเวอร์พูลเคยโดนวิจารณ์อย่างหนักจากผลงานแพ้ถึง 9 จาก 12 เกมในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน ว่าเล่นเปิดเกมมากเกินไปและเสียประตูง่าย อย่างไรก็ตาม หลังการปรับแท็กติก ทีมไม่แพ้ใครมาแล้ว 8 นัดติดต่อกัน แต่ความเฉียบคมในเกมรุกกลับลดลง
ฟาน ไดค์ กล่าวว่า
ผมไม่คิดว่ามันเป็นการเปลี่ยนระบบแบบสิ้นเชิง แค่มันดูรัดกุมขึ้น และเน้นการป้องกันเป็นทีมมากกว่า เพื่อไม่ให้คู่แข่งสร้างโอกาสได้ง่าย
คุณจะเห็นการทำงานหนักของกองกลางที่ช่วยแนวรับ ซึ่งมันก็เป็นแบบนี้มาตลอด
แน่นอน คุณสามารถโต้แย้งได้ว่าเกมกับลีดส์มันส่งผล เพราะเราสร้างโอกาสได้น้อยจริงๆ นั่นคือข้อเท็จจริง
ชัยชนะในเกมนี้จะทำให้ลิเวอร์พูลทิ้งห่าง เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกไปเป็น 5 คะแนน แต่ผลเสมอทำให้ทีมอันดับ 13 อย่าง นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด ไล่จี้มาเหลือห่างเพียง 7 แต้ม
เมื่อถูกถามว่านี่คือโอกาสที่พลาดไปหรือไม่ ฟาน ไดค์ ตอบว่า
ไม่มีประโยชน์ที่จะคิดว่ามันเหมือนความพ่ายแพ้ เราได้หนึ่งแต้มและต้องเดินหน้าต่อ
ดูลีกตอนนี้สิ มันยากแค่ไหน ทุกอย่างสามารถพลิกได้ตลอด ผมไม่ดูตารางคะแนนด้วยซ้ำ เพราะมันไม่มีความหมาย
โมเมนตัมและความมั่นใจขึ้นๆ ลงๆ ได้ แต่สิ่งสำคัญคือเราต้องเดินหน้าต่อไป รักษาความสม่ำเสมอและความเชื่อมั่น นั่นคือพื้นฐานของการคว้าผลการแข่งขัน