ออร์ตันได้เข็มขัดมาครองอย่างขาวสะอาด 


    ศึกนี้ทางwweได้จัดแข่งขันกันไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 สิงหาคมที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นปลายเดือนสิงหาหรือไม่ก็ต้นเดือนเดือนกันยายนครับ ที่ทางบ้านเราจะได้ชมกัน

    มาที่คู่แรกกันก่อนเลยครับ เป็นแท็กทีม 6 คนระหว่างทีมของบิลลี่ คิดแมน,พอล ลอนดอน และ เรย์ มิสเตริโอ กับ ทีมของดัดลี่ย์ส ซึ่งประกอบไปด้วย ดี-วอน,บั๊บบา เรย์ และ สไปค์ ดูเหมือนว่าเกมส์จะจบลงเมื่อคิดแมน เล่นงาน สไปค์ ด้วยท่าไม้ตายชู๊ตติ้งสตาร์เพลส แต่ดี-วอนเข้ามาช่วยเอาไว้ทัน หลังจากที่จัดการทั้งเรย์และลอนดอนหมอบอยู่ข้างเวที ทำให้คิดแมนตกอยู่ในที่นั่งลำบากทันทีเมื่อเจอท่า “ทรีดี” ของทีมดัดลีย์สเข้าไป ก่อนที่สไปค์จะฟื้นตัวขึ้นมารีบกดนับ 3 ไป(เอ...แล้วผลดีวาสดอจบอลไปไหนหว่า?)

    ถัดมาคู่ที่สองซึ่งเป็นแมตช์คู่แค้นของ เคนกับแมต ฮาร์ดี้ ซึ่งมีลิต้าเป็นเดิมพัน ใครชนะคนนั้นได้แต่งงานกับลิต้า ซึ่งเคนเอาชนะไปได้ แต่หลงัจากแมตช์นี้เคนนั้นควรจะต้องเพิ่มระบบรักษา ความปลอดภัยให้กับตัวเองมากขึ้น เพราะการที่เขานั้นเอาชนะแมตในแมตช์นี้นั้น นั่นก็เหมือนกับว่าเขาได้ตั้งระเบิดเวลาเคลื่อนที่เอาไว้แล้ว เขาทำให้แมตบ้าคลั่งขึ้น และเขาควรจะระวังหลังเขาเอาไว้ให้ดีๆ

   คู่ที่3ระหว่าง บูเกอร์ที เจ้าของแชมป์ยูเอสคนปัจจุบัน เจอกับแชมป์เก่าอย่างจอห์น ซีน่า เกมส์ดำเนินไปได้เรื่อยๆแต่ดูเหมือนว่าจะเป็นบูเกอร์ที่ทำเกมส์ออกมาได้ดีกว่า ซึ่งจุดนี้เองที่ทำให้ ”เจ้าพ่อสปินอะลูนี่” เกิดอาการประมาท? ซีน่าสบโอกาสไม่รีรอที่จะฉวยโอกาสที่จะใช้ “เอฟยู” เอาชนะไปซีน่านำ 1-0 (คู่นี้จะแข่งกัน 5 ครั้ง โดยนับจากแมตช์นี้จะเหลืออีก 4 แมตช์)

   คู่ที่4เป็นแมตช์ชิงแชมป์อินเตอร์คอนติเนนตัลแบบทริปเปิลทรีทแมตช์ระหว่าง เอดจ์,เจอริโค่ และ บาติสต้า ซึ่งเป็นแมตช์ที่น่าชมอีกแมตช์ โดยเอดจ์นั้นได้ลั่นคำเอาวว่าจะโค่นทั้งสองและคว้าแชมป์กลับมาให้ได้ เอดจ์รีบจัดการบาติสต้าอย่างรวดเร็ว เจอริโค่นั้นน่าจะเรียกคะแนนนิยมได้มากที่สุดในแมตช์นี้เพราะเป็นคนที่ ”โดนอัด” มากที่สุด ก่อนที่จะถูกบาติสต้าจัดการ ซึ่งทำให้เอดจ์ใช้จังหวะนั้นเองเข้า “สเปียร์” บาติสต้าอย่างเต็มแรง คว้าแชมปืมาครองได้สำเร็จ

   คู่ที่ 5 เป็นแมตช์ชำระหนี้แค้นระหว่าง เอ็ดดี้ เกอเรโร่ กับ เคิรท์ แองเกิ้ล จอมป่วยการ ทั้งคู่ต่างใช้ “เล่ห์เหลี่ยม”เข้าห้ำหั่นกัน เอ็ดดี้พยายามที่จะใช้เทคนิคเหมือนเมื่อครั้งที่เคยเอาชนะแองเกิลมาได้เมื่อครั้งศึกเรสเซิ่ลแมเนีย แต่ดูเหมือนว่าคราวนี้แองเกิลจะรู้ทัน และเมื่อเท้าของเอ็ดดี้ไร้ซึ่งเครื่องป้องกันใดๆนั่นหมายความว่า “แองเกิ้ลล็อค” จะได้แสดงพลานุภาพออกมาอย่างเต็มที่แน่นอน ซึ่งแองเกิ้ลก็ไม่ปล่อยโอกาสนั้นจัดการเอ็ดดี้ไปได้ในที่สุด

   คู่ที่ 6 เป็นแมตช์ล้างแค้นสุดมันส์ระหว่างยูจีน กับ ทริปเปิลเอช ซึ่งยูจีนนั้นอาฆาตทริเปิลเอชอย่างมากที่หลอกใช้เขา ทั้งๆที่เชื่อใจว่า “เดอะ เกม” นั้นคือเพื่อนแท้ แต่แท้ที่จริงแล้วทริปเปิลเอชนั้นต้องการใช้ยุจีนเป็น “บันใด”สู่แชมป์โลกเท่านั้นเอง เกมส์ดำเนินไปอย่างสุดมันส์และเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อยูจีนใช้ท่าไม้ตายอันลือลั่นของดอะ ร็อค อย่าง “ร็อค บ๊อทท่อม” ก่อนที่จะตามด้วย “อะตอมมิคเลก ดร็อป” ฮองค์ โอแกน แต่ทริปเปิลเอชก็ยังโชคีที่ได้ เสือเฒ่าอย่าง ริค แฟลร์ เข้ามาช่วย แต่กระนั้นก็ยังไม่ดีขึ้นเมื่อหมองูอย่างทริปเปิลเอชนั้นกลับต้องมาโดนท่า “เพ็ดดีกรี” ของตัวเองเข้าไปเต็มๆแต่ก็เป็นริค แฟลร์ที่เข้ามาจับขาของทริปเปิลเอชแตะเชือก วิลเลี่ยม รีกัล ทนดูอยู่ด้านในไม่ไหวรีบออกมาช่วยยูจีน แต่ก็ดูเหมือนว่าจะสายไป เมื่อทริเปิลเอชฉวยโอกาสใช้ “เพ็ดดีกรี” กดยูจีน เอาชนะไปอย่างหวุดหวิด อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยที่สุดแมตช์นี้ ดูเหมือนว่ายูจีนนั้นจะได้ “ใจ” ของบรรดาแฟนๆไปอีกโขเลยทีเดียว

   คู่ที่ 7 เป็นแมตช์ชิงแชมป์ดับเบิ้ลยูอีระหว่าง เจบีแอล(ซึ่งมีออลันโด้ จอร์แดน เป็นผู้ติดตาม) เปิดศึกกับรุ่นเก๋าอย่าง อันเดอร์เทคเกอร์ ในระหว่างการแข่งขัน นิค แพ็คทริค ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมการต้องถูกหามออกจากเวทีเมื่อพลาดไปโดนท่า “โคสไลน์ ฟอร์ม เฮล” เข้า ทาง ออลันโด้ จอร์แดน รีบปรี่เข้าไปจับแขนของนิค แพ็คทริค นับสาม แต่ก็ถูกอันเดอร์เทคเกอร์ถีบออกมา ออรันโด้ รีบนำเข็มขัดขึ้นมาบนเวทีหวังจะใช้อัดเทคเกอร์ แต่เทคเกอร์ก็แย่งกลับมาได้ ก่อนที่จะฟาดเข้าไปเต็มหน้าของเจบีแอล แต่โชคไม่ดีที่นิค แพ็ตทริค ฟื้นขึ้นมาเห็นเข้าพอดี จึงสั่งยุติการแข่งขัน แต่เกมส์ยังไม่จบเพียงแค่นั้นเมื่อเทคเกอร์จับเจบีแอลฟาดใส่รถลีมูซีนด้วยท่า “โช้คแสลม” ซึ่งคาดว่าคู่นี้จะยังไม่จบกันแค่ศึกนี้แน่นอน

   และในที่สุดก็มาถึงคู่สุดท้ายของรายการซึ่งเป็นแมตช์ชิงแชมป์โลกระหว่างคริส เบนวา เจ้าของแชมป์ กับ แรนดี้ ออร์ตัน ตัวออร์ตันเองนั้นฝันที่จะเป็นแชมป์ที่อายุน้อยที่สุดในวงการให้ได้ ในระหว่างที่เบนวาตอกกลับด้วยเรื่องราวของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเดินผ่านขวากหนามบนเส้นทางสายนี้มาถึง 18 ปีเพื่อที่จะเป็นแชมป์ แน่นอนเขาต้องการที่จะแสดงให้ออร์ตันได้เห็นว่ามันยากลำบากขนาดไหนกว่าจะได้มา ไม่ใช่แค่คิดก็จะได้เป็นง่ายๆ ตัวของเบนวาเองคงจะไม่ปล่อยให้มันเข็มขัดที่ตนนั้นได้มาด้วยความยากลำบากต้องหลุดมือไปง่ายๆแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าในแมตช์นี้ออร์ตันนั้นเตรียมตัวมาดีเหลือเกิน ทำให้เบนวานั้นต้องงัดสิ่งที่เขาสะสมมาออกมาใช้กับออตันทั้งหมด ซึ่งในแมตช์ออร์ตันนั้นโดนทั้งซูเพล็กซ์ไปกว่าสิบครั้ง,นอร์ธเทินไลธ์ ซูเพล็กซ์,ชาร์ปชูสเตอร์ หรือแม้กระทั่ง ครอสเฟส ซึ่งในช่วงที่โดนท่าครอสเฟสนั้น ออร์ตันนั้นก็กัดฟันทนไม่ยอมแพ้ พยายามดิ้นหลุดจากท่าครอสเฟสและแก้ลำกลับด้วยท่า "อาร์เคโอ" ซึ่งเบนวาไม่อาจจะทานทนได้ ทำให้ออร์ตันคว้าแชมป์ไปครองในที่สุด เป็นชัยชนะที่ได้มาอย่างขาวสะอาด ไม่มีทั้ง แฟลร์,บาติสต้า หรือแม้กระทั่ง ทริปเปิล เอช ก่อนจะเดินออกไปจากสนามเบนวา เดินกลับเข้ามาที่เวทีอีกครั้งและขอจับมือกับออร์ตัน ออร์ตันไม่ลังเล ยื่นมือเข้าไปจับมือแสดงความเป็นนักกีฬา ก่อนจะออกไปจากเวทีเบวาได้ทิ้งข้อความไว้ให้ออร์ตันว่า "Be a man" ซึ่งคำที่เบนวาบอกไว้นั้นเป็นทั้งคำแนะนำและคำเตือนสำหรับออร์ตัน แชมป์โลกซึ่งอายุน้อยที่สุด(เพียง 24 ปีเท่านั้น) ว่าในตอนนี้นายตกเป็นเป้าหมายของอีกหลายๆคนแล้ว!!

© Ready to Rumble 2004


WWE World Heavyweight Championship
คริส เบนวา vs แรนดี้ ออร์ตัน
WWE Championship
อันเดอร์เทคเกอร์ vs เจบีแอล
Eddie Guerrero vs. Kurt Angle
เอ็ดดี้ เกอเรโร่ vs เคิร์ท แองเกิ้ล
Intercontinental Championship
คริส เจอริโค่ vs เอดจ์ vs บาติสต้า
Till Death Do Us Part Match
vs เคน
Triple H vs. Eugene
ทริปเปิลเอช vs ยูจีน
U.S. Championship
จอห์น ซีน่า vs บูเกอร์ ที
Six-man Tag Team Match
บิลลี่ คิดแมน,เรย์ มิสเตริโอ และ พอล ลอนดอน vs เดอะ ดัดลี่ย์ ดีวอน,บับบา เรย์ และ สไปค์
Divas Dodgeball
ดิวาส
ติดตามศึก Unforgiven ได้ในเดือนหน้า!!