แม้แต่ตำนานของสโมสรอย่าง สตีเว่น เจอร์ราร์ด หนึ่งในมิดฟิลด์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ ลิเวอร์พูล และสมาชิกหอเกียรติยศพรีเมียร์ลีก ก็ยังต้องมีครูผู้คอยชี้แนะในช่วงเริ่มต้นอาชีพค้าแข้ง ซึ่งคนๆ นั้นก็คือ แกรี แม็คอัลลิสเตอร์ อดีตกองกลางทีมชาติสกอตแลนด์ ที่ถูกดึงมาอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ในวัย 35 ปีนั่นเอง
เจอร์ราร์ดลงเล่นให้ลิเวอร์พูลมากถึง 710 นัด ยิง 186 ประตู และทำ 156 แอสซิสต์ แต่เส้นทางสู่ความยิ่งใหญ่ของเขาอาจไม่สมบูรณ์แบบ หากขาดคำแนะนำจาก 'บิ๊กแม็ค' แม็คอัลลิสเตอร์
แม็คอัลลิสเตอร์ย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูลในปี 2000 ด้วยวัย 35 ปี หลังอำลา โคเวนทรี ซิตี้ แม้สภาพร่างกายจะไม่เหมือนเดิม แต่ประสบการณ์และมันสมองในเกมฟุตบอลของเขายังคงล้ำค่า และถูกถ่ายทอดไปยังแข้งรุ่นน้องในแอนฟิลด์ หนึ่งในนั้นคือเจอร์ราร์ด ซึ่งตอนนั้นอายุเพียง 20 ปี และกำลังถูกจับตามองว่าเป็นดาวรุ่งอนาคตไกลของสโมสร
แม็คอัลลิสเตอร์เผยกับทอล์กสปอร์ต ว่า บทบาทของเขาไม่ใช่การสอนเทคนิคการผ่านบอล แต่เป็นการสอน การใช้ชีวิตในแต่ละสัปดาห์ของนักฟุตบอลอาชีพ
ทั้งเรื่องการซ้อม การพักผ่อน การนอน การกิน และการรักษาความเข้มข้น แม้จะไม่มีโปรแกรมกลางสัปดาห์ ซึ่งล้วนเป็นรายละเอียดที่ส่งผลต่อฟอร์มในวันแข่งขัน
เขายังยอมรับว่า ตัวเองเคยเป็นฝ่ายรับคำแนะนำมาก่อน ในสมัยค้าแข้งกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด โดยมี กอร์ดอน สตรัคชั่น ตำนานทีมชาติสกอตแลนด์รุ่นพี่ เป็นแบบอย่าง ทำให้เข้าใจดีว่าประสบการณ์ของรุ่นพี่มีค่ามากแค่ไหน
อีกหนึ่งจุดที่แม็คอัลลิสเตอร์ช่วยเจอร์ราร์ด คือการเข้าปะทะ
เขาแนะนำให้ลดความ บ้าคลั่ง ในการพุ่งเข้าใส่ทุกจังหวะ เพราะอาจเสี่ยงบาดเจ็บเอง และควรใช้สมองมากขึ้นในการแย่งบอล คำแนะนำนี้ช่วยให้เจอร์ราร์ดพัฒนาความสมดุลระหว่างความดุดันกับความฉลาดในเกมรับ
แม้ทั้งคู่จะเลิกเป็นเพื่อนร่วมทีมกันในปี 2002 แต่ความสัมพันธ์ยังดำเนินต่อไป เมื่อเจอร์ราร์ดก้าวสู่เส้นทางกุนซือ โดยดึงแม็คอัลลิสเตอร์ไปเป็นทีมงานที่ เรนเจอร์ส และพาทีมคว้าแชมป์สก็อตติช พรีเมียร์ชิพ ฤดูกาล 2020/21 แบบไร้พ่าย หยุดสถิติ 10 แชมป์ลีกติดต่อกันของเซลติก
ต่อมาทั้งคู่ย้ายไปทำงานร่วมกันที่ แอสตัน วิลลา ก่อนจะแยกทางหลังผลงานไม่เป็นไปตามเป้า และเจอร์ราร์ดไปคุม อัล อิตติฟัค ในซาอุดีอาระเบีย ซึ่งจบลงโดยไร้แชมป์
แม็คอัลลิสเตอร์ยืนยันว่า หากวันหนึ่งเจอร์ราร์ดโทรมาขอความช่วยเหลืออีกครั้ง เขาพร้อมตอบรับทันที เพราะทั้งคู่มีสิ่งเดียวกันคือ DNA ของผู้ชนะ และความเชื่อว่าการรู้วิธีคว้าแชมป์ คือครึ่งหนึ่งของความสำเร็จในอาชีพโค้ช
เรื่องราวนี้จึงตอกย้ำว่า แม้แต่ตำนานระดับโลก ก็ยังต้องมีคนชี้ทางในวันที่ยังไม่สมบูรณ์ และบางครั้ง
ความยิ่งใหญ่ก็เริ่มจากการมีครูที่ใช่