แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อาจเผชิญผลกระทบครั้งใหญ่จากคดีละเมิดกฎการเงินของพรีเมียร์ลีก หลังมีรายงานว่าพวกเขาถูกตัดสินว่ามีความผิด 114 จาก 115 ข้อกล่าวหา โดยบทลงโทษยังไม่ได้ข้อสรุปและสโมสรเตรียมยื่นอุทธรณ์
หนึ่งในประเด็นที่ถูกจับตามองคือ หากบทลงโทษมีการตัดแต้มย้อนหลังจนส่งผลต่อแชมป์พรีเมียร์ลีกในช่วงเวลาที่อยู่ภายใต้การสอบสวน จะมีถึง 3 ฤดูกาลที่อาจได้รับผลกระทบ และ ลิเวอร์พูล เป็นหนึ่งในทีมที่อาจได้ประโยชน์
ฤดูกาล 2011/12 แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์ด้วยการมี 89 คะแนนเท่ากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่เหนือกว่าด้วยผลต่างประตูได้เสีย ดังนั้นหากมีการหักคะแนนย้อนหลังเพียงแต้มเดียว แมนฯ ยูไนเต็ด จะขยับขึ้นเป็นแชมป์แทน
ฤดูกาล 2013/14 เป็นฤดูกาลที่เกี่ยวข้องกับ ลิเวอร์พูล โดยตรง ทีมของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส จบอันดับสองด้วย 84 คะแนน ตามหลัง แมนฯ ซิตี้ เพียง 2 คะแนน
หากบทลงโทษย้อนหลังทำให้ แมนฯ ซิตี้ เสียอย่างน้อย 3 คะแนน และพรีเมียร์ลีกมีการปรับอันดับใหม่ ลิเวอร์พูล ก็อาจกลายเป็นแชมป์ฤดูกาลนั้น ซึ่งจะทำให้ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกในฐานะกัปตันทีม และทำให้ ลิเวอร์พูล ยุติการรอคอยแชมป์ลีกตั้งแต่ปี 1990 เร็วกว่าที่เกิดขึ้นจริงถึง 6 ปี
ส่วนฤดูกาล 2017/18 แมนฯ ซิตี้ คว้าแชมป์ด้วย 100 คะแนน ขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ของ โชเซ่ มูรินโญ่ จบรองแชมป์ด้วย 81 คะแนน หากมีบทลงโทษย้อนหลังรุนแรงจนถึงขั้นทำให้ แมนฯ ซิตี้ เสียแชมป์ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็อาจเป็นอีกทีมที่ได้รับประโยชน์
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียงสถานการณ์สมมติ เพราะแม้บทลงโทษที่เป็นไปได้จะมีตั้งแต่ปรับเงิน ตัดคะแนน ไปจนถึงการขับออกจากพรีเมียร์ลีก แต่ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะมีการลงโทษในรูปแบบใด รวมถึงจะมีผลย้อนหลังต่ออันดับและแชมป์ในอดีตหรือไม่
ดังนั้นในกรณีที่มีการริบหรือปรับผลแชมป์ย้อนหลังจริง ทีมที่อาจได้รับประโยชน์คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาล 2011/12 และ 2017/18 ขณะที่ ลิเวอร์พูล อาจได้แชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2013/14 พร้อมเปลี่ยนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่เจ็บปวดที่สุดของสโมสรไปอย่างสิ้นเชิง