liverpool in thailand  
> Xoso66 b52club

Home
News Update
ซื้อเสื้อ LFC Supporters
Columnist : Sockr
Leagues Table
ดูบอลสดออนไลน์
ตารางบอล
ทีเด็ดบอล
Our Social
Facebook
Twitter
Instagram








debet ทดลองเล่นสล็อต huaylike หวยไลค์ 32win
https://98winmb.com ONE88 Oxbet Lu88 M88 LEO88 TIP88 VK88 five88 https://sc88e.net/ https://polodemocratico.info/ MB66 MB66 https://oxbet.cn.com/ rwin net88 b52club https://100vip.design/ 789BET 789BET https://new88thai.com/ NEW88 78win https://78winn.co/ https://8kbetbh.com/ f168
https://f8bet0.world/ f168 f168 https://uu88.za.com/ situs Judi bola judi online Judi Bola
7m xx88 sun win https://ketquabongda.blog/ https://rr88.credit/ XX88 MM88 https://sumvip.com.mx/ KQBD https://kqbd6.live/ nohu90 com https://stpetehospitalitygroup.com 8kbet bet88 f168 https://go8829.club/ keo nha cai hom nay Nowgoal 789club BONG99 go88 789club 789club sunwin hit club ku bet sunwin sunwin เว็บสล็อต สล็อตเว็บตรง


Liverpool In Thailand

ย้อนดูไทม์ไลน์ 9 ปีที่ผ่านมาของ 'เฮนโด้' กับลิเวอร์พูล


ย้อนดูไทม์ไลน์ 9 ปีที่ผ่านมาของ 'เฮนโด้' กับลิเวอร์พูล

���������� 9 มิถุนายน 2011 คือวันแรกที่ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ย้ายจากซันเดอร์แลนด์มาอยู่กับลิเวอร์พูล ย้อนกลับไปคือวันนี้เมื่อ 9 ปีก่อน

���������� นับจากวันนั้นเฮนเดอร์สันลงเล่นให้สโมสรไปแล้ว 359 นัด ทำไป 28 ประตู พร้อมคว้าแชมป์กับทีมไปแล้ว 4 รายการด้วยกัน โดย 3 รายการเกิดขึ้นเมื่อปี 2019 ที่ผ่านมาที่เขาได้ชูถ้วยในฐานะกัปตันทีม

���������� วันนี้พาย้อนกลับไปดูช่วงเวลาของเฮนโด้นับตั้งแต่ปีแรกที่ย้ายมาอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ ว่าไฮไลท์ของเขามีอะไรบ้าง

���������� 2011-12 - ลงเล่นทุกรายการ 48 นัด ทำไป 2 ประตู
���������� เฮนโด้ย้ายมาอยู่กับลิเวอร์พูลเป็นฤดูกาลแรก หลังผ่านการเล่นในพรีเมียร์ลีกให้กับซันเดอร์แลนด์มาแล้ว 2 ฤดูกาล และเขายังเป็นนักเตะคนแรกที่ เคนนี่ ดัลกลิช เซ็นสัญญามาสู่ทีมในซัมเมอร์นั้นด้วย

���������� เฮนเดอร์สันได้เสื้อหมายเลข 14 โดยได้ลงสนามเจอกับทีมเก่าของเขาเองซันเดอร์แลนด์ในเกมเปิดฤดูกาลเลย ก่อนมาทำประตูแรกในสีเสื้อลิเวอร์พูลได้ในอีกสิบสี่วันต่อมาในเกมเจอกับ โบลตัน วันเดอร์เรอร์ส ที่แอนฟิลด์

���������� ส่วนมากแล้วในฤดูกาลแรกจะถูกจับเล่นเป็นมิดฟิลด์ฝั่งขวา โดยเฮนโด้ได้ลงเล่นไปถึง 37 นัดในพรีเมียร์ลีก พลาดการลงสนามไปแค่นัดเดียว โดยฤดูกาลนั้นทีมหงส์แดงจบที่อันดับ 8 แต่คว้าแชมป์ลีก คัพ ในฤดูกาลนั้น

��������� โดยเฮนโด้ได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมลีก คัพ ที่ชนะคาร์ดิฟฟ์ในการดวลจุดโทษ ส่วนในเอฟเอ คัพ นัดชิงชนะเลิศที่ได้ลงตัวจริงเหมือนกันแต่ทีมพ่ายต่อเชลซี

���������� 2012-13 - ลงเล่นทุกรายการ 44 นัด ทำไป 6 ประตู
��������� ในซัมเมอร์ปี 2012 เบรนแดน ร็อดเจอร์ส เข้ามาคุมทีมลิเวอร์พูล และมีข่าวลือเรื่องอนาคตของเฮนเดอร์สันด้วย แต่สุดท้ายเขาก็ยังได้อยู่ค้าแข้งในถิ่นเมอร์ซีไซด์ต่อไป

��������� การตัดสินใจนั้นถูกต้องที่สุด เพราะฤดูกาลนี้เป็นฤดูกาลที่เฮนเดอร์สันเริ่มได้โอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่องจนจบฤดูกาล

��������� "นั่นคือช่วงเวลาที่สำคัญมากในการค้าแข้งของผม ไม่เฉพาะกับที่ลิเวอร์พูลนะ แต่มันเป็นเส้นทางการเล่นฟุตบอลของผมโดยทั่วไปเลย" เฮนเดอร์สันพูดถึงฤดูกาลนี้ "ผมคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาสำคัญ และมันเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก แต่หนึ่งนั้นคือมันช่วยผมได้มาก เมื่อมองย้อนกลับไป"

��������� "ผมไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าผมไม่ได้มีช่วงเวลานั้น มันเป็นช่วงเวลาที่หนักแต่ขอบคุณที่มันได้ผลออกมาโอเคในท้ายที่สุด"

��������� "เป็นการยุติธรรมที่ต้องให้เครดิตสำหรับเบรนแดน เขาปฏิบัติยอดเยี่ยมกับผมหลังจากจุดนั้น เขาช่วยให้ผมเติบโตทั้งในฐานะผู้เล่นและคนๆ นึง ผมเติบโตขึ้นภายใต้การดูแลของเขา"

��������� 2013-14 - ลงเล่นทุกรายการ 40 นัด ทำไป 5 ประตู
��������� อิทธิพลของเฮนเดอร์สันยังคงเบ่งบานอย่างต่อเนื่องมาในฤดูกาลนี้ ด้วยพลัง, ความสามารถในด้านกีฬา และเป็นส่วนหนึ่งของระบบของ ร็อดเจอร์ส

��������� ในตอนนี้ลิเวอร์พูลเริ่มมีการปรับมาเล่นเป็นกองกลาง 3 คน เฮนเดอร์สันเติบโตอย่างเห็นได้ชัดในเรื่องความมั่นใจเมื่อมี ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ และ หลุยส์ ซัวเรซ ที่ยิงประตูอย่างร้อนแรกจนกลายเป็นผู้ท้าชิงแชมป์อย่างไม่มีใครคาดคิด

��������� เฮนเดอร์สันยังคงได้เล่นอย่างสม่ำเสมอ ได้ลงเล่นเป็นตัวจริง 35 จาก 38 นัดในพรีเมียร์ลีกตลอดทั้งฤดูกาล พลาดไปแค่สามนัดเพราะโทษแบน

��������� ในช่วงที่เฮนโด้ไม่ได้ลงสนาม ทีมทำคะแนนหล่นในช่วงที่กำลังแย่งชิงตำแหน่งแชมป์อยู่ สุดท้ายก็จบฤดูกาลด้วยตำแหน่งแค่รองแชมป์ต่อจากแมนฯ ซิตี้

��������� 2014-15 - ลงเล่นทุกรายการ 54 นัด ทำไป 7 ประตู
��������� เฮนเดอร์สันได้รับการแต่งตั้งเป็นรองกัปตันทีม คอยสนับสนุน สตีเว่น เจอร์ราร์ด

�������� ในทางสถิติแล้ว เฮนเดอร์สัน ลงเล่นให้ลิเวอร์พูลมากที่สุดในหนึ่งฤดูกาล โดยลงเล่นไปถึง 54 นัดทุกรายการและทำไป 7 ประตู

�������� อย่างไรก็ตาม ทีมของร็อดเจอร์สไม่สามารถพัฒนาผลงานต่อเนื่องได้เหมือนปีก่อน โดยทีมหล่นไปอยู่อันดับที่ 6 ในตารางพรีเมียร์ลีก

�������� ในปีสุดท้าของสตีเว่น เจอร์ราร์ดที่แอนฟิลด์ ปรากฏว่าในเอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศ ลิเวอร์พูลกลับพ่ายต่อแอสตัน วิลล่า ที่เวมบลีย์ ทำให้ปีนี้ไม่มีถ้วยแชมป์ติดมือ

��������� 2015-16 - ลงเล่นทุกรายการ 26 นัด ทำไป 2 ประตู
��������� เป็นฤดูกาลที่ เฮนเดอร์สัน ได้รับมอบตำแหน่งกัปตันทีมลิเวอร์พูลอย่างเป็นทางการ โดยร็อดเจอร์สแต่งตั้งเขาในช่วงซัมเมอร์ปี 2015 ซึ่งเจอร์ราร์ดไม่อยู่กับทีมแล้ว

��������� "ผมได้เรียนรู้มากมายจาก สตีวี่ (เจอร์ราร์ด) รวมถึงแนวทางที่เขาปฏิบัติตัวเองในฐานะกัปตันของสโมสรแห่งนี้ทั้งในและนอกสนาม" เฮนเดอร์สันกล่าวในวันที่รับตำแหน่งสำคัญ "คุณย่อมเรียนรู้จากนักเตะชั้นยอดอยู่เสมอ และนั่นคือสตีวี่อย่างแน่นอน"

��������� "ผมจะใช้สิ่งที่ผมเรียนรู้จากเขามาช่วยผม (ในฐานะกัปตันคนใหม่) แต่ผมเองก็ต้องทำในสิ่งที่คิดว่าถูกต้องด้วย"

��������� "ผมจะดำเนินมันต่อจากสิ่งที่ผมเคยทำเมื่อฤดูกาลก่อนและผมจะพยายามเพิ่มความรับผิดชอบต่อทีมและเพื่อนร่วมทีมของผมด้วย พวกเราทั้งหมดมีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการนำความสำเร็จมาสู่สโมสรแห่งนี้ และเหล่ากองเชียร์ที่ยอดเยี่ยม"

��������� แต่เมื่อผ่านถึงเดือนตุลาคม ร็อดเจอร์สทำผลงานไม่ดี ทำให้โดนปลด สโมสรแต่งตั้ง เจอร์เก้น คล็อปป์ มาคุมทีมแทน ซึ่งในช่วงของนายใหญ่ชาวเยอรมันนั้นส่วนใหญ่แล้ว เฮนเดอร์สัน มีอาการบาดเจ็บ, ฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลแพ้ในนัดชิง ลีก คัพ และท้ายสุดเลยคือลิเวอร์พูลแพ้ต่อเซบีญ่าในนัดชิง ยูโรป้า ลีกด้วย โดยที่เฮนเดอร์สันมีชื่อในม้านั่งสำรอง"

���������� 2016-17 - ลงเล่นทุกรายการ 27 นัด ทำไป 1 ประตู
��������� เฮนเดอร์สันถูกจับไปเล่นในตำแหน่งตัวทำเกมแนวลึก ซึ่งเป็นสไตล์การเล่นที่คล็อปป์นำมาใช้กับลิเวอร์พูล

���������� ลิเวอร์พูลออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่ได้แข็งแกร่ง เฮนเดอร์สันฝากผลงานยิงประตูไกลสุดสวยในเกมที่เจอกับ เชลซี ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ส่งผลให้ลิเวอร์พูลขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งท็อปของตารางในช่วงแรก

���������� ฟอร์มของทีมดร็อปลงในช่วงปีใหม่ และเฮนเดอร์สันก็มีอาการบาดเจ็บที่ฝ่าเท้า ทำให้ปีนั้นลิเวอร์พูลต้องเปลี่ยนเป้าหมายมาชิงพื้นที่ท็อปโฟร์ตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์

���������� ทีมของคล็อปป์เอาชนะมิดเดิ้ลสโบรช์ได้ 3-0 ในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล คว้าโควต้าไปเล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ

��������� 2017-18 - ลงเล่นทุกรายการ 41 นัด ทำไป 1 ประตู
���������� ลิเวอร์พูลทำผลงานได้ดีทั้งในพรีเมียร์ลีก และการเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกกับ เรอัล มาดริด

���������� เฮนเดอร์สันนำทีมลิเวอร์พูลผ่านด่านหลายทีมในยุโรปไล่เรียงในรอบน็อคเอ้าท์ตั้งแต่ เอฟซี ปอร์โต้, แมนฯ ซิตี้ และโรม่า ก่อนจะไปเจอกับ เรอัล มาดริด ขณะที่ในพรีเมียร์ลีกก็การันตีตำแหน่งท็อปโฟร์ไปเรียบร้อยแล้ว

���������� หลังจากความพ่ายแพ้ต่อเรอัล มาดริดในนัดชิงที่เคียฟ เฮนเดอร์สันกล่าวด้วยความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ว่าเขาและทีมจะพยายามกลับมาให้ได้ในจุดนี้และจะเป็นผู้ชนะให้ได้

���������� "พวกเราภูมิใจที่มาถึงที่นี่ พวกเราแพ้โดยทีมที่ดีกว่า" เฮนเดอร์สันกล่าวหลังเกม "พวกเราเองมีทีมที่วิเศษ หวังว่าพวกเราจะรักษาผลงานในพรีเมียร์ลีก, แชมเปี้ยนส์ ลีก และฟุตบอลถ้วยไว้ได้ด้วย"

��������� 2018-19 - ลงเล่นทุกรายการ 44 นัด ทำไป 1 ประตู
���������� ลิเวอร์พูลของเฮนเดอร์สันไม่แพ้ใครเลยในการเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก 20 นัดแรก และในรอบแบ่งกลุ่มยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกก็อยู่ร่วมกลุ่มกับทีมที่แข็งมากอย่าง นาโปลี, ปารีส แซงต์ แยร์กแมง และ เร้ดสตาร์ เบลเกรด

���������� นี่เป็นฤดูกาลที่ 8 แล้วของเฮนเดอร์สันที่แอนฟิลด์ เขาแสดงความมุ่งมั่นต่อทีมด้วยการขยายสัญญาใหม่ออกไปหลังฤดูกาลใหม่เปิดฉากขึ้นแค่เดือนเดียว

���������� เฮนเดอร์สันถูกส่งลงเล่นในบทบาทที่มีส่วนกับเกมรุกมากขึ้นในครึ่งฤดูกาลหลัง หลัง คล็อปป์ ไปเซ็นสัญญากับ ฟาบินโญ่ มาร่วมทีมและใช้เวลาครึ่งฤดูกาลในการปรับตัว ซึ่งฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลทำคะแนนในลีกไปได้ถึง 97 คะแนน แพ้แค่นัดเดียวแต่นั่นคือการแพ้แมนฯ ซิตี้ ทีมที่ทำคะแนนเฉือนเป็นแชมป์

��������� การตามหลังบาร์เซโลน่าจากนัดแรก 3-0 แต่มาเอาชนะที่แอนฟิลด์ 4-0 เข้ารอบ เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่น่าประทับใจและถูกพูดถึง

�������� เป็นปีที่ยอดเยี่ยมที่เฮนเดอร์สันสามารถพาลิเวอร์พูลเถลิงแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ได้สำเร็จจากการเอาชนะสเปอร์สที่กรุงมาดริดในนัดชิง

��������� 2019-20 - ลงเล่นทุกรายการ 35 นัด ทำไป 3 ประตู (นับถึงเวลานี้)
��������� เฮนเดอร์สันได้ชูถ้วยแชมป์ในฐานะกัปตันทีมอีกครั้ง เมื่อลิเวอร์พูลเอาชนะเชลซีในการดวลจุดโทษในศึกยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ ในเดือนแรกที่ฤดูกาลใหม่เปิดฉากขึ้น
���������
��������� ในเดือนธันวาคม ทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่ยังไม่แพ้ใครในลีก ต้องเดินทางไปเตะสโมสรโลกที่กาตาร์ และเฮนเดอร์สันก็ได้ชูถ้วยแชมป์โลก จากประตูชัยของโรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ที่ช่วยให้ทีมเฉือนฟลาเมงโก้ 1-0 ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรด้วยสำหรับการคว้าแชมป์รายการนี้

��������� ลิเวอร์พูลแพ้ต่อวัตฟอร์ดอย่างพลิกล็อก ยุติสถิติไม่แพ้ใครติดต่อกันในพรีเมียร์ลีกไว้ที่ 44 นัด แต่ก็ยังมีคะแนนนำห่างอันดับที่ 2 อย่างแมนฯ ซิตี้ อยู่ 25 คะแนน ก่อนที่ฤดูกาลจะถูกหยุดแข่งชั่วคราวเพราะการระบาดของโควิด-19

��������� เฮนเดอร์สันและเพื่อนร่วมทีมรู้ว่า พวกเขาจะต้องพร้อมที่สุดในการกลับมาลงสนามอีกครั้งวันที่ 21 มิถุนายนนี้ หลังพรีเมียร์ลีกกลับมาฟาดแข้ง โดยลิเวอร์พูลต้องการอีกแค่ 6 คะแนนจาก 9 นัดสุดท้ายที่จะทำให้เฮนเดอร์สันได้ชูถ้วยพรีเมียร์ลีก ซึ่งจะเป็นถ้วยแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกของสโมสรในรอบ 30 ปีด้วย


ข่าวจาก เวอร์ชั่นไทยโดย นายน้อยแห่งแอนฟิลด์ : www.liverpool.in.th
ข่าวประจำวันที่ : 9 มิถุนายน 2563



IT Trend Cloud System

20 ข่าวที่อัพเดทล่าสุด
 'สล็อต' เรียกดาวรุ่งซ้อมชุดใหญ่เพิ่มหลังตัวหลักเดี้ยงก่อนบุกฟอเรสต์  
19 กุมภาพันธ์ 
 'แอนจ์' ชี้ฟุตบอลยุคนี้ไม่เอื้อเฮฟวีเมทัล แบบ 'คล็อปป์'  
19 กุมภาพันธ์ 
 'เมอร์สัน' ฟันธงลิเวอร์พูลบุกเชือดฟอเรสต์เกมวันอาทิตย์นี้  
19 กุมภาพันธ์ 
 'เปอตีต์' เชื่อ 'อลอนโซ่' เลือกหงส์เหนือเรือหากมีโอกาสคุมทีม  
19 กุมภาพันธ์ 
 'คูตินโญ่' ขอแยกทางวาสโก ดา กามา หลังโดนแฟนกดดัน  
19 กุมภาพันธ์ 
 'สล็อต' อัปเดต 'อิซัค' ฟื้นตัวใกล้เต็มที่แต่ยังไม่เร่งคืนสนาม  
19 กุมภาพันธ์ 
 พร้อมล้างแค้นนัดแรก! 'สล็อต' มั่นใจฟอร์มหงส์ก่อนบุกฟอเรสต์  
19 กุมภาพันธ์ 
 หงส์เดินเกมล่วงหน้า! เปิดโต๊ะคุยคว้า 'อัลลัน' ปีกดาวรุ่งพัลไมรัส  
19 กุมภาพันธ์ 
 ฮือฮา! ลิเวอร์พูลเตรียมทุบสถิติสโมสรคว้า 'โอลิเซ่' ทดแทน 'โม'  
19 กุมภาพันธ์ 
 'โซโบซไล' ถ่อมตัวไม่ขอถูกเทียบ 'เจอร์ราร์ด'  
19 กุมภาพันธ์ 
 อดีตโค้ชผีชี้ 'ฟริมปง' มีพลังสูงแต่ยังทดแทน 'เทรนต์' ไม่ได้  
18 กุมภาพันธ์ 
 'เชอร์วูด' ฟันธง 'ซาลาห์' จ่อลาลิเวอร์พูลซัมเมอร์นี้  
18 กุมภาพันธ์ 
 JT กางสถิติโต้ 'เพนแน้นท์' ดราม่าเดือดชู 'ฟาน ไดค์' เหนือกว่า  
18 กุมภาพันธ์ 
 พานาธิไนกอสจ่อปลด 'เบนิเตซ' ลือตั้ง 'บิสคาน' อดีตหงส์คุมแทน  
18 กุมภาพันธ์ 
 'โรมาโน่' ชี้ชัดแมนยูยังไม่จริงจังล่า 'แม็ค อัลลิสเตอร์'  
18 กุมภาพันธ์ 
 กินแห้วหมด! 'เฮอเนส' รับบเคยทาบ 'คล็อปป์' คุมพี่เสือถึง 2 หน  
18 กุมภาพันธ์ 
 'กัตตูโซ่' เล็งเรียก 'เคียซ่า' คืนทัพอิตาลีลุยเพลย์ออฟบอลโลก  
18 กุมภาพันธ์ 
 เอเยนต์ย้ำชัด 'โซโบซไล' ไม่คิดลาหงส์แม้มีข่าวโยงมาดริด  
18 กุมภาพันธ์ 
 ไม่เสียใจอำลาหงส์! 'ดิอาซ' ย้ำตัดสินใจถูกที่เลือกมาบาเยิร์น  
18 กุมภาพันธ์ 
 'ฟาน ไดค์' ชู 'เอ็นโด' คนสำคัญของทีม-รับเสียดายที่บาดเจ็บ  
18 กุมภาพันธ์ 
 VvD ชี้ชัด 'โซโบซไล' มีแววกัปตันหงส์ในอนาคต  
18 กุมภาพันธ์ 
 ดัตช์อีกแล้ว! หงส์เดินหน้าล่าตัว 'รีด' แบ็คดาวรุ่งเฟเยนูร์ด  
18 กุมภาพันธ์ 
 รออีกนิด! 'ฟริมปง' ชวดดวลฟอเรสต์-คาดคืนสนามปลายเดือน  
18 กุมภาพันธ์ 
 ดับลือโยงผี! พ่อ 'แม็คก้า' ยันเองลูกไม่ย้ายไปไหนทั้งนั้น  
18 กุมภาพันธ์ 
 หงส์หวนล่า 'กอร์ดอน' อีกครั้งหาก 'ซาลาห์' ย้ายทีมซัมเมอร์นี้  
18 กุมภาพันธ์ 
 แชมป์พรีเมียร์ลีกแล้วไง! 'รูนี่ย์' ชี้ 'สล็อต' ขาดบารมีเทียบ JK ไม่ได้  
18 กุมภาพันธ์ 
 ตัวแทนฟาน ไดค์? หงส์เตรียมทุ่ม 50 ล้านปอนด์ คว้า 'มูริลโล่'  
17 กุมภาพันธ์ 
 เติมเชื้อไฟโยงมาดริด! 'วินิซิอุส' เผยติดต่อ 'โซโบซไล' สม่ำเสมอ  
17 กุมภาพันธ์ 
 ฝันกลางวัน! แมนฯ ยูจ้องฉก 'แม็คก้า' จากลิเวอร์พูล  
17 กุมภาพันธ์ 
 5 ทีม ในพรีเมียร์ลีกที่ได้จุดโทษมากที่สุดนับตั้งแต่มี VAR  
17 กุมภาพันธ์ 
 Copyright reserved 1999-2026 | Liverpool In Thailand | contact : [email protected] Rik Vip Fun88 TG88 GO99 NOHU99 7m cn FUN88 JBO Hitclub Xoilac Socolive keobongda.com sunwin keo nha cai kubet go88 go88 hitclub ดูบอลสด ดูบอลสด
Private Cloud iptv