โมเซส ไซมอน ปีกทีมชาติไนจีเรียของ ปารีส เอฟซี เปิดเผยว่า ความเสียใจที่สุดในอาชีพค้าแข้งคือการปล่อยให้ข่าวลือย้ายทีมส่งผลต่อฟอร์มการเล่น หลังเคยเกือบได้ย้ายร่วมทีมลิเวอร์พูลในช่วงปี 2016-2018 แต่ดีลไม่เกิดขึ้น
ให้สัมภาษณ์กับ Urban Dwell Sport ดาวเตะวัย 30 ปี กล่าวว่า
"ใช่ ผมมีเรื่องที่เสียใจ และอยากแบ่งปันให้กับนักเตะรุ่นใหม่ นี่คือความเสียใจที่สุดของผมในฐานะนักฟุตบอลอาชีพ"
ไซมอน ย้อนถึงช่วงค้าแข้งกับ เกนท์ ในเบลเยียม ว่าได้รับความสนใจจากหลายสโมสรในยุโรป ทั้ง ลิเวอร์พูล, ฮัลล์ ซิตี้, ฟูแล่ม, ไบรท์ตัน, ท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ และ โอลิมปิก ลียง แต่ข่าวการย้ายทีมกลับส่งผลต่อสภาพจิตใจของเขา
"ช่วงปี 2016 ถึง 2018 ฟอร์มของผมตกลง เพราะผมอยากย้ายทีม ลิเวอร์พูลอยากเซ็นสัญญากับผม รวมถึง ฮัลล์ ซิตี้, ฟูแล่ม, ไบรท์ตัน, ท็อตแนม และลียงด้วย เราเจอกับลียงในยูโรปาลีกปี 2017 แต่เวลาคุณอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์ บางเรื่องก็จริง บางเรื่องก็เป็นแค่ข่าวลือ"
เขาเผยว่าหลังพลาดย้ายทีมในปีแรก และดีลกับลิเวอร์พูลล้มเหลวในปีถัดมา ทำให้เริ่มหมดกำลังใจ
"ปีแรกผมไม่ได้ย้าย ปีที่สองผมกำลังจะไปลิเวอร์พูล แต่ก็ไม่สำเร็จ ไบรท์ตันก็ไม่เกิดขึ้น ในหัวผมเริ่มคิดว่า 'เป็นเพราะเอเยนต์หรือสโมสร? ผมไม่อยากเล่นแล้ว' ผมคิดว่า 'จะลงหรือไม่ลงก็ไม่สนแล้ว'"
ไซมอน ยอมรับว่าในเวลานั้นเชื่อผิดๆ ว่าหากเล่นไม่ดี สโมสรจะรีบขายเขาออกไป ทั้งที่ความจริงแล้วการโชว์ฟอร์มต่างหากที่จะทำให้ค่าตัวสูงขึ้น
"ผมคิดว่าถ้าผมไม่เล่น สโมสรจะรีบหาทางขายผม ทั้งที่สโมสรซื้อผมมาแค่ 1 ล้าน แต่หลังจากปีแรกพวกเขาตั้งค่าตัวผมไว้ถึง 25 ล้าน"
เขายังกล่าวถึงข่าวที่ประธานสโมสรตั้งค่าตัวไว้สูงว่าเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เสียสมาธิ
"เรื่องนี้เป็นข่าวจริง ประธานสโมสรบอกว่าตอนแรกตั้งไว้ 30 ล้าน ก่อนลดเหลือ 25 ล้านหรือไม่ก็ไม่ขาย แต่เวลาเราอ่านอะไรแบบนี้ เราจะรู้สึกว่า 'ก็ช่างเถอะ สุดท้ายคุณก็ต้องขายผมอยู่ดี ผมไม่อยากเล่นแล้ว' นั่นทำให้ผมตกต่ำ"
เมื่อมองย้อนกลับไป ไซมอน เชื่อว่าหากมีประสบการณ์มากกว่านั้น เขาจะรับมือกับสถานการณ์ได้ดีกว่า
"ถ้าตอนนั้นผมเป็นนักเตะที่มีประสบการณ์ ผมจะทุ่มเททุกอย่าง เพราะยิ่งคุณลงเล่นมากเท่าไหร่ มูลค่าของคุณก็ยิ่งสูงขึ้น"
"ยิ่งคุณลงเล่นมาก คุณก็ยิ่งมีโอกาสมากขึ้น แต่ตอนนั้นผมคิดผิด จนปลายปี 2017 และปี 2018 ผมบอกตัวเองว่า 'คุณกำลังทำอะไร นี่คืออาชีพของคุณ คุณต้องสู้ต่อ' ตั้งแต่นั้นผมก็ตัดสินใจว่าจะไม่ยอมแพ้อีกแล้ว จะขายหรือไม่ขายก็ช่าง ผมไม่สนแล้ว"
ไซมอน เชื่อว่าหากมีทัศนคติแบบนี้เร็วกว่านั้น เส้นทางอาชีพของเขาอาจไปได้ไกลกว่าปัจจุบัน
"ถ้าผมมีพลังและแนวคิดแบบนี้ตั้งแต่สองปีก่อน ผมเชื่อว่าตอนนี้ผมคงไม่ได้อยู่ในจุดที่เป็นอยู่"
ท้ายที่สุด ดาวเตะทีมชาติไนจีเรียฝากข้อคิดถึงนักเตะรุ่นใหม่ที่กำลังมีข่าวย้ายทีม
"ถึงนักเตะดาวรุ่งทุกคน ไม่ว่าจะมีข่าวย้ายทีมหรือไม่มี จงทุ่มเททุกอย่าง การย้ายทีมอาจเกิดขึ้นแล้วคุณก็ย้ายได้ แต่ถ้ามันไม่เกิดขึ้น ก็จงเดินหน้าต่อ เพราะสโมสรคือคนที่จ่ายค่าเหนื่อยให้คุณ นั่นคือสัญญาที่คุณเซ็นไว้"