ดิ แอธเลติก และ บีบีซี รายงานตรงกันว่า เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป (FSG) ขายหุ้น ลิเวอร์พูล ให้กลุ่ม 1892 Holdings เกือบ 40% ไม่ใช่ราว 30% ตามที่มีรายงานก่อนหน้านี้ พร้อมเปิดทางให้กลุ่มทุนที่มี เจฟฟ์ เบซอส ร่วมลงทุน สามารถขยับขึ้นถือหุ้นใหญ่ของสโมสรได้ภายใน 12 เดือน
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา FSG ประกาศยืนยันว่าบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายในการขายหุ้นเชิงกลยุทธ์บางส่วนให้กับ 1892 Holdings ซึ่งนำโดย อามิต บาเทีย นักธุรกิจชาวอังกฤษเชื้อสายอินเดีย ร่วมกับ เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้ง Amazon และ เอดูอาร์โด้ เซเวอริน ผู้ร่วมก่อตั้ง Facebook
ก่อนหน้านี้หลายสำนักข่าวระบุว่า กลุ่มทุนดังกล่าวเข้าถือหุ้นประมาณ 30% ของสโมสร แต่รายงานล่าสุดจากทั้ง ดิ แอธเลติก และ บีบีซี ระบุว่า สัดส่วนที่แท้จริงอยู่ที่ประมาณ 38%
นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวเปิดโอกาสให้ 1892 Holdings มีสิทธิ์พิจารณาเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของสโมสรภายใน 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะทำให้กลุ่มทุนดังกล่าวก้าวขึ้นมาเป็นผู้ถืออำนาจบริหารของ "หงส์แดง" อย่างเต็มตัว แม้เงื่อนไขดังกล่าวจะยังไม่ถือเป็นข้อผูกมัดตามกฎหมายก็ตาม
ขณะเดียวกัน การทำธุรกรรมครั้งนี้ยังส่งผลให้มูลค่าประเมินของ ลิเวอร์พูล เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ราว 5,000-6,000 ล้านปอนด์ (ประมาณ 220,000-264,000 ล้านบาท) ซึ่งนับเป็นหนึ่งในสโมสรฟุตบอลที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก
การเข้ามาของกลุ่มทุน 1892 Holdings โดยเฉพาะการมีชื่อของ เจฟฟ์ เบซอส มหาเศรษฐีผู้ก่อตั้ง Amazon ร่วมลงทุน ทำให้ดีลนี้กลายเป็นหนึ่งในความเคลื่อนไหวด้านธุรกิจฟุตบอลที่ถูกจับตามองมากที่สุดในปี 2026 และอาจส่งผลต่อทิศทางการบริหารของ ลิเวอร์พูล ในอนาคตอันใกล้