ทีมทอล์ก สื่อฟุตบอลอังกฤษ จัดอันดับ 10 การเซ็นสัญญาที่น่าผิดหวังที่สุดของ ลิเวอร์พูล ในยุคพรีเมียร์ลีก โดยพิจารณาทั้งค่าตัว ผลงานในสนาม ความคาดหวัง และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับทีมในระยะยาว ซึ่ง นาบี เกอิต้า ถูกเลือกให้อยู่ในอันดับ 1
ลิเวอร์พูล ขึ้นชื่อเรื่องการทำตลาดซื้อขายที่ประสบความสำเร็จหลายครั้ง แต่ในอดีตสโมสรไม่ได้มีงบประมาณมากพอที่จะซื้อผู้เล่นด้วยค่าตัวสูง แล้วรีบหาตัวแทนทันทีหากการเซ็นสัญญาครั้งนั้นไม่เป็นไปตามแผน ทำให้ความผิดพลาดบางครั้งส่งผลกระทบต่อทีมยาวนานกว่าที่ควร
10. คริสติย็อง เบนเตเก้
ลิเวอร์พูล จ่าย 32.5 ล้านปอนด์คว้ากองหน้าทีมชาติเบลเยียม ก่อนขายออกไปในอีกหนึ่งปีต่อมาด้วยค่าตัว 27 ล้านปอนด์บวกโบนัสเพิ่มเติม จึงไม่ได้ขาดทุนมากนักในแง่การเงิน
อย่างไรก็ตาม สไตล์กองหน้าตัวเป้าของ เบนเตเก้ ไม่เข้ากับฟุตบอลของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ซึ่งเข้ามารับงานเพียงไม่กี่เดือนหลังจากนักเตะย้ายสู่แอนฟิลด์ ทำให้อนาคตของเขากับทีมจบลงอย่างรวดเร็ว
9. ร็อบบี้ คีน
อยู่กับ ลิเวอร์พูล เพียงครึ่งฤดูกาล หลังย้ายมาจาก ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ แต่ไม่สามารถสร้างผลงานได้ตามความคาดหวัง
ราฟาเอล เบนิเตซ มักใช้งาน คีน ในตำแหน่งริมเส้น ก่อนที่ ลิเวอร์พูล จะขายกลับไปให้ สเปอร์ส โดยขาดทุนจากค่าตัวประมาณ 7 ล้านปอนด์
8. แอนดี้ แคร์โรลล์
กองหน้าค่าตัว 35 ล้านปอนด์อาจถูกคาดหมายว่าจะติดอันดับสูงกว่านี้ แต่ แคร์โรลล์ ยังมีช่วงเวลาน่าจดจำจากการยิงประตูชัยเหนือ เอฟเวอร์ตัน ในรอบรองชนะเลิศเอฟเอ คัพ รวมถึงทำประตูในรอบชิงชนะเลิศ
นอกจากนี้ เขายังย้ายเข้ามาในช่วงเดียวกับที่ ลิเวอร์พูล คว้า หลุยส์ ซัวเรซ โดยใช้เงินส่วนหนึ่งจากการขาย เฟร์นานโด ตอร์เรส ให้ เชลซี 50 ล้านปอนด์
7. ลาซาร์ มาร์โควิช
เป็นหนึ่งในนักเตะที่ ลิเวอร์พูล ทุ่มซื้อเข้ามาในช่วงซัมเมอร์ปี 2014 ด้วยค่าตัวประมาณ 20 ล้านปอนด์ แต่ไม่สามารถยึดตำแหน่งในทีมได้
มาร์โควิช ถูกปล่อยยืมหลายครั้ง และสุดท้ายมีจำนวนการลงเล่นให้สโมสรอื่นระหว่างสัญญากับ ลิเวอร์พูล มากกว่าการลงสนามให้ต้นสังกัดของตัวเองเสียอีก
6. อัลแบร์โต้ อาควิลานี่
ถูกคว้าตัวมาด้วยค่าตัวประมาณ 20 ล้านปอนด์ในปี 2009 เพื่อเป็นตัวแทนของ ชาบี อลอนโซ่ แต่ไม่สามารถสร้างอิทธิพลต่อแดนกลางได้อย่างที่สโมสรคาดหวัง
ปัญหาทั้งเรื่องสภาพร่างกายและการปรับตัวทำให้ อาควิลานี่ ไม่เคยกลายเป็นกำลังหลักของทีม ก่อนถูกปล่อยออกจากแอนฟิลด์ในเวลาต่อมา
5. ดาร์วิน นูนเญซ
นูนเญซ มีความมุ่งมั่นและพยายามเต็มที่ตลอดช่วงเวลาที่ ลิเวอร์พูล แต่ผลงานกลับขาดความสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเรื่องการจบสกอร์ การจับบอล การเชื่อมเกม และการยืนตำแหน่ง
ท้ายที่สุดกองหน้าทีมชาติอุรุกวัยย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล ไปค้าแข้งในซาอุดีอาระเบีย โดยไม่สามารถพัฒนาขึ้นมาเป็นศูนย์หน้าระดับที่สโมสรคาดหวังไว้ตอนคว้าตัวได้
4. ลอริส คาริอุส
ชื่อของ คาริอุส ถูกจดจำจากความผิดพลาดในรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2018 ซึ่ง ลิเวอร์พูล พ่ายต่อ เรอัล มาดริด
ผลจากเกมดังกล่าวทำให้ ลิเวอร์พูล ตัดสินใจทุ่มเงินเป็นสถิติโลกสำหรับผู้รักษาประตูในเวลานั้นเพื่อคว้า อลีสซง เข้ามาแทน และนายด่านทีมชาติบราซิลก็กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของสโมสรในเวลาต่อมา
3. เอล ฮัดจิ ดิยุฟ
ลิเวอร์พูล คว้า ดิยุฟ หลังเจ้าตัวสร้างผลงานโดดเด่นกับทีมชาติเซเนกัลในฟุตบอลโลก 2002 โดยเฉพาะเกมที่เอาชนะ ฝรั่งเศส
อย่างไรก็ตาม ผลงานในสนามของเขาไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ขณะที่พฤติกรรมนอกสนามและเหตุการณ์ด้านวินัยหลายครั้งกลายเป็นสิ่งที่ถูกจดจำมากกว่าผลงานฟุตบอล โดยอดีตนักเตะอย่าง เจมี่ คาร์ราเกอร์ และ สตีเว่น เจอร์ราร์ด ต่างเคยวิจารณ์เขาอย่างหนัก
2. มาริโอ บาโลเตลลี่
หลังขาย หลุยส์ ซัวเรซ ในปี 2014 ลิเวอร์พูล เลือกเสริมแนวรุกด้วย ริคกี้ แลมเบิร์ต และ มาริโอ บาโลเตลลี่ แต่ดาวยิงชาวอิตาเลียนไม่สามารถทดแทนช่องว่างที่ ซัวเรซ ทิ้งไว้ได้
หลังย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล ไปอยู่กับ นีซ บาโลเตลลี่ เคยกล่าวถึงการย้ายมาแอนฟิลด์ว่าเป็น "การตัดสินใจที่แย่ที่สุดในชีวิตของผม"
1. นาบี เกอิต้า
ลิเวอร์พูล ยอมจ่ายเงินจำนวนสูงเพื่อคว้าตัว เกอิต้า ล่วงหน้าหนึ่งปีก่อนย้ายมาจาก แอร์เบ ไลป์ซิก อย่างเป็นทางการ แต่กองกลางรายนี้ไม่เคยสามารถสร้างผลงานได้อย่างสม่ำเสมอตามความคาดหวัง
ทั้งปัญหาอาการบาดเจ็บและผลงานในสนามทำให้ เกอิต้า ไม่สามารถสร้างอิทธิพลต่อแดนกลางได้เทียบเท่า จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน หรือ เจมส์ มิลเนอร์ ขณะที่เกมรุกก็ไม่ได้โดดเด่นมากพอที่จะชดเชยจุดดังกล่าว
ทีมทอล์กยังมองว่าการรอให้ เกอิต้า กลับมาสร้างผลงานมีผลต่อการวางแผนแดนกลางของ ลิเวอร์พูล เพราะในช่วงห้าปีต่อมา สโมสรเสริมกองกลางเข้ามาเพียง ติอาโก้ อัลกันตาร่า ทำให้ผู้เล่นชุดเดิมหลายคนเข้าสู่ช่วงปลายอาชีพพร้อมกัน ขณะที่ เกอิต้า และ ติอาโก้ ต่างมีปัญหาอาการบาดเจ็บบ่อยครั้ง
ท้ายที่สุด เกอิต้า ย้ายออกจาก ลิเวอร์พูล แบบไม่มีค่าตัวหลังหมดสัญญา ทำให้ ทีมทอล์ก เลือกให้เขาเป็นการเซ็นสัญญาที่น่าผิดหวังที่สุดของสโมสรในยุคพรีเมียร์ลีก