ฆาเบียร์ เตบาส ประธานลา ลีกา ออกโรงเรียกร้องให้พรีเมียร์ลีกลงโทษ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในระดับรุนแรงที่สุดเท่าที่กฎอนุญาต หลังถูกตัดสินว่ามีความผิด 115 ข้อหาละเมิดกฎการเงิน ชี้การกระทำผิดที่เกิดขึ้นเป็นเวลายาวนานควรได้รับบทลงโทษที่สาสม และต้องเป็นกรณีตัวอย่างเพื่อไม่ให้สโมสรอื่นเดินตามรอย
คณะกรรมการอิสระมีคำตัดสินว่า แมนฯ ซิตี้ มีความผิดในข้อกล่าวหาทั้งหมด 115 กระทง ที่เกี่ยวข้องกับการละเมิดกฎการเงินของพรีเมียร์ลีกอย่างร้ายแรงตลอดช่วง 9 ฤดูกาล
พรีเมียร์ลีกระบุว่า จากการตรวจสอบพบหลักฐานว่า แมนฯ ซิตี้ ใช้วิธีการต่างๆ เพื่อตกแต่งบัญชีและทำให้รายได้ของสโมสรสูงกว่าความเป็นจริง รวมมูลค่ามากกว่า 900 ล้านปอนด์ ผ่านข้อตกลงด้านสปอนเซอร์ในลักษณะอำพราง รวมถึงละเมิดข้อจำกัดด้านการใช้จ่ายของทั้งพรีเมียร์ลีกและยูฟ่าในช่วงปี 2009-2018
อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดบทลงโทษอย่างเป็นทางการ ขณะที่ แมนฯ ซิตี้ มีสิทธิ์ยื่นอุทธรณ์คำตัดสินภายในวันที่ 2 ตุลาคม 2026
สำหรับบทลงโทษขั้นรุนแรงที่สุดที่พรีเมียร์ลีกสามารถดำเนินการได้ คือการขับ แมนฯ ซิตี้ ออกจากการแข่งขัน ซึ่งจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 15 จาก 20 สโมสรสมาชิกในการประชุมใหญ่
ด้าน เตบาส ซึ่งเป็นหนึ่งในบุคคลที่ออกมาต่อต้านสิ่งที่เรียกว่า Financial Doping หรือการอัดฉีดเงินเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในวงการฟุตบอลยุโรปมาโดยตลอด มองว่าบทลงโทษครั้งนี้ควรสะท้อนถึงความร้ายแรงและระยะเวลาของการกระทำผิด
ผมไม่ทราบรายละเอียดของกฎอย่างแน่ชัด แต่ผมเชื่อว่าบทลงโทษควรเป็นบทลงโทษที่รุนแรงที่สุดเท่าที่ข้อบังคับของพรีเมียร์ลีกกำหนดไว้สำหรับกรณีนี้
บทลงโทษดังกล่าวควรมีเป้าหมายเพื่อใช้เป็นตัวอย่าง เรื่องนี้ไม่ใช่ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก แต่เป็นบทลงโทษเพื่อให้แน่ใจว่าทุกฝ่ายจะปฏิบัติตามกฎ
ประธานลา ลีกา ยังย้ำว่า ระยะเวลาที่มีการละเมิดกฎถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้กรณีนี้ไม่ควรถูกลงโทษเพียงสถานเบา
การละเมิดกฎเป็นเวลานานกว่า 10 ปี ไม่ว่าจะเป็นการกระทำผิดในระดับเล็กน้อยเพียงใด ก็ถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก
ดังนั้น แมนฯ ซิตี้ จึงควรได้รับบทลงโทษที่รุนแรงสำหรับการไม่ปฏิบัติตามกฎ ไม่ใช่เพียงเพื่อใช้เป็นตัวอย่างเท่านั้น แต่เพราะกฎได้ถูกละเมิดจริงๆ