โครงสร้างผู้ถือหุ้นของลิเวอร์พูลอาจเปลี่ยนแปลงในอนาคต หลังมีรายงานว่า 1892 โฮลดิงส์ ซึ่งถือหุ้นอยู่ 38 เปอร์เซ็นต์ มีทางเลือกเพิ่มสัดส่วนเป็นราว 69 เปอร์เซ็นต์ หรือซื้อหุ้นทั้งหมด 100 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป (เอฟเอสจี) ยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และมีอำนาจบริหารสโมสรในปัจจุบัน
กลุ่มทุนดังกล่าวนำโดย อมิต บาเทีย นักธุรกิจชาวอังกฤษเชื้อสายอินเดีย ซึ่งเคยทำงานระดับบริหารกับควีนส์พาร์ค เรนเจอร์สเกือบ 18 ปี ก่อนเข้ามารับตำแหน่งรองประธานลิเวอร์พูล ส่วน เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งแอมะซอน มีส่วนร่วมทางอ้อมผ่านกองทุนเคไฟว์ สปอร์ตส์ โดยมีครอบครัวมิตตัลและอีอี แคปิตอล ซึ่งเป็นสำนักงานบริหารทรัพย์สินของครอบครัว เอดูอาร์โด้ ซาเวริน ผู้ร่วมก่อตั้งเฟซบุ๊ก ร่วมลงทุนด้วย
ก่อนหน้านี้ เอฟเอสจียืนยันว่าได้ตกลงขายหุ้นส่วนน้อยให้ 1892 โฮลดิงส์ โดยยังรักษาอำนาจควบคุมสโมสรไว้ ส่วนตัวเลขที่รายงานระบุว่า การซื้อหุ้น 38 เปอร์เซ็นต์มีมูลค่ามากกว่า 2,000 ล้านปอนด์ และสะท้อนการประเมินมูลค่าลิเวอร์พูลไว้ที่มากกว่า 5,000 ล้านปอนด์
หาก 1892 โฮลดิงส์ เพิ่มสัดส่วนเป็นราว 69 เปอร์เซ็นต์ตามทางเลือกที่รายงาน กลุ่มทุนจะขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ แต่หากซื้อครบ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็จะเข้าถือครองสโมสรทั้งหมด ทั้งสองกรณียังเป็นเพียงทางเลือกในอนาคต และยังไม่มีข้อตกลงซื้อหุ้นเพิ่มเติมที่ยืนยันแล้ว