ฟลอเรียน เวียตซ์ เพลย์เมกเกอร์ของ ลิเวอร์พูล ได้รับเกียรติให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมชาติเยอรมนีเป็นครั้งแรก แม้ไม่สามารถพาทีมคว้าชัยชนะได้ หลังเสมอกับ กรีซ 0-0 ในศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก เมื่อคืนวันอาทิตย์ โดยสื่อเยอรมันมองว่าเจ้าตัวทำผลงานโดดเด่นในช่วงครึ่งแรก ก่อนอิทธิพลต่อเกมจะลดลงหลังพักครึ่ง
เดิมที เวียตซ์ ถูกวางแผนให้ลงสนามเพียง 2 นัดสุดท้ายจากทั้งหมด 4 เกมของเยอรมนีในช่วงพักเบรกทีมชาติครั้งนี้ แต่ปัญหาอาการบาดเจ็บของผู้เล่นภายในทีมทำให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องเปลี่ยนแผน และใช้งานดาวเตะวัย 23 ปีถึง 3 นัด
เกมที่เมืองเทสซาโลนิกิถือเป็นการลงสนามให้ทีมชาติเยอรมนีนัดที่ 48 ของ เวียตซ์ และมีความหมายเป็นพิเศษ เนื่องจาก คล็อปป์ มอบหมายให้เขาทำหน้าที่กัปตันทีมเป็นครั้งแรก
หลังจบเกม สื่อเยอรมันหลายสำนักมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า เวียตซ์ เริ่มต้นเกมได้ดีและมีบทบาทอย่างมากกับเกมรุกของทีม ก่อนจะเงียบลงในช่วงครึ่งหลัง
โฟกัส ให้คะแนน เวียตซ์ 3 ตามระบบการให้คะแนนของเยอรมนีที่ 1 คือดีที่สุด และ 6 คือแย่ที่สุด พร้อมระบุว่าเขาเล่นได้ คล่องแคล่ว, ฉลาด และมีประสิทธิภาพในเกมรับ แต่มีบทบาทน้อยลงในครึ่งหลัง
ด้าน สเตฟาน คุมแบร์เกอร์ จาก สปอร์ต1 ให้คะแนน 3 เช่นเดียวกัน พร้อมชื่นชมว่า เวียตซ์ แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำด้วยผลงานในสนามอย่างแท้จริง หลังมีส่วนร่วมอย่างมากกับเกมรุกของเยอรมนีในช่วงครึ่งแรก แม้ภาพรวมจะยังมีความไม่สม่ำเสมออยู่บ้าง
ขณะที่ โฟลเกอร์ ชูลเต้ จาก Sportschau มองว่า เวียตซ์ มี จังหวะการเล่นที่ยอดเยี่ยมหลายครั้ง และทำงานอย่างหนักตลอดเกม แต่เช่นเดียวกับสื่อรายอื่น เขามองว่าบทบาทของดาวเตะลิเวอร์พูลลดลงหลังพักครึ่ง
แม้ไม่สามารถทำประตูหรือแอสซิสต์ได้ แต่ตัวเลขของ เวียตซ์ แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลในเกมรุกอย่างชัดเจน โดยเขาจ่ายบอลสำเร็จ 63 จาก 70 ครั้ง คิดเป็น 90 เปอร์เซ็นต์, ชนะการดวล 5 จาก 7 ครั้ง, ยิง 5 ครั้ง, เลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งสำเร็จ 4 จาก 5 ครั้ง และสร้างโอกาสสำคัญจากการจ่ายบอลอีก 3 ครั้ง
ผลงานดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางเสียงวิจารณ์ที่ เวียตซ์ ได้รับจากสื่ออังกฤษในช่วงต้นฤดูกาล หลังยังไม่สามารถแสดงฟอร์มกับ ลิเวอร์พูล ได้อย่างโดดเด่นตามความคาดหวัง โดย เจมี่ คาร์ราเกอร์ เป็นหนึ่งในอดีตนักเตะที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ผลงานของเขา
อย่างไรก็ตาม การที่ คล็อปป์ ตัดสินใจมอบปลอกแขนกัปตันทีมชาติเยอรมนีให้กับ เวียตซ์ ในวัยเพียง 23 ปี ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจที่กุนซือรายนี้มีต่อเพลย์เมกเกอร์ของ ลิเวอร์พูล
หลังเสร็จสิ้นภารกิจกับทีมชาติ เวียตซ์ จะมีเวลาพักเกือบหนึ่งสัปดาห์ ก่อนกลับมาช่วย ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์รับมือ แมนฯ ซิตี้ ในวันอาทิตย์หน้า ซึ่งจะเป็นเกมแรกของโปรแกรมสุดเข้มข้นที่ลิเวอร์พูลต้องลงสนามถึง 9 นัดภายในเวลาเพียง 29 วัน