โดมินิก โซโบซไล กองกลาง ลิเวอร์พูล เผยว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่ทีมได้เรียนรู้ภายใต้การคุมทีมของ อันโดนี่ อิราโอล่า คือการต่อสู้จนถึงวินาทีสุดท้าย หลังเจ้าตัวรับหน้าที่สังหารจุดโทษนาที 90+9 ช่วย "หงส์แดง" บุกเสมอ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 2-2
โซโบซไล มีบทบาทอย่างมากในเกมนี้ โดยสัมผัสบอลมากที่สุดในสนาม 85 ครั้ง สร้างโอกาส 3 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดร่วม และยิงประตูตีเสมอจากจุดโทษในช่วงท้ายเกม
หลังการแข่งขัน เจ้าตัวเปิดใจกับ สกาย สปอร์ตส์ ถึงจังหวะสำคัญดังกล่าวว่า
"พูดตามตรง ผมไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงนกหวีดของผู้ตัดสิน ผมต้องหันไปมองเขาว่าผมยิงได้หรือยัง ผมฝึกเรื่องนี้มาเยอะมากในช่วงปรีซีซั่น"
"เราไม่ได้มีจุดโทษในเกมอุ่นเครื่อง แต่เราฝึกกันในการซ้อม เราต้องเอาสิ่งที่เป็นบวกจากเกมแรกนี้ไปต่อยอดและเดินหน้าต่อไป"
โซโบซไล ยังพูดถึงบรรยากาศกว่า 50,000 คนในเซนต์ เจมส์ พาร์ค ซึ่งกดดันผู้เล่น ลิเวอร์พูล อย่างหนัก
"มีแฟนบอลมากกว่า 50,000 คนในสนามที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับคุณ คุณไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงของตัวเอง นั่นคือเหตุผลที่ผมรักฟุตบอล และเป็นเหตุผลที่ผมทำสิ่งนี้"
"การมาเล่นที่นี่เป็นเรื่องยากเสมอ ทุกคนรู้ว่าแฟนบอล [นิวคาสเซิล] ยอดเยี่ยมมาก พวกเขามีทีมที่ดีและมีผู้จัดการทีมที่ดี เขาเพิ่งเข้ามาใหม่ แต่พิสูจน์ตัวเองกับหลายสโมสรมาแล้ว"
"แต่เราเตรียมตัวมาแล้ว และภายใต้ผู้จัดการทีมคนใหม่ เราจำเป็นต้องอยู่ใกล้กันมากขึ้นด้วย เราต้องเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นในเกม การกลับเข้าสู่เกมได้หลังตามหลัง 2-1 ถือเป็นเรื่องที่ดี"
อย่างไรก็ตาม ดาวเตะทีมชาติฮังการีมองว่า ลิเวอร์พูล มีโอกาสทำได้ดีกว่าการเก็บเพียงหนึ่งคะแนน
"ถ้าพูดตามตรง ผมคิดว่าเราควรชนะ แต่ฟุตบอลก็เป็นแบบนี้ คุณไม่มีทางชนะง่ายๆ ในพรีเมียร์ลีก ไม่สำคัญว่าคุณจะเจอกับใคร"
"เราต้องตระหนักถึงเรื่องนี้ และต้องระมัดระวังในเกมต่อไป"
เมื่อถูกถามถึงสิ่งที่ได้เรียนรู้จากการทำงานร่วมกับ อิราโอล่า โซโบซไล ตอบอย่างชัดเจนว่า
"สิ่งที่ผมได้เรียนรู้คือ เราจะไม่มีวันยอมแพ้ ผมรับประกันได้เลย"
"เราต้องสู้ทุกครั้ง ต้องสู้ตลอดทั้งเกมตลอด 90 นาที"
"ทุกคนที่ลงมาจากม้านั่งสำรองก็สร้างผลกระทบต่อเกมในวันนี้เช่นกัน เราต้องการนักเตะทั้งทีม และทุกคนต้องพร้อม"
ผลเสมอนัดนี้ทำให้ อิราโอล่า เริ่มต้นพรีเมียร์ลีกกับ ลิเวอร์พูล ด้วยหนึ่งคะแนน แต่สำหรับ โซโบซไล สิ่งสำคัญคือทีมเริ่มแสดงให้เห็นถึงแนวคิดใหม่ที่กุนซือต้องการปลูกฝัง นั่นคือ ต่อให้สถานการณ์เป็นรองก็ต้องสู้จนถึงจังหวะสุดท้ายของเกม