เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป บรรลุข้อตกลงขายหุ้นส่วนน้อยจำนวน 30 เปอร์เซนต์ของ ลิเวอร์พูล ซึ่งมีมูลค่า 1,650 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 72,600 ล้านบาท) ให้กลุ่มทุนที่นำโดย อามิต บาเทีย, เจฟฟ์ เบซอส และ เอดูอาร์โด้ เซเวอริน โดย เอฟเอสจี ยังคงถืออำนาจบริหารสโมสร
สำหรับกลุ่มทุนดังกล่าวนำโดย อามิต บาเทีย อดีตผู้บริหารระดับสูงของ ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส และมี เจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งอเมซอน ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงทุนทางอ้อม แต่จะไม่เข้ามานั่งในบอร์ดบริหาร "หงส์แดง" รวมถึง เอดูอาร์โด้ เซเวอริน ผู้ร่วมก่อตั้งเฟซบุ๊ค
แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดกับดีลดังกล่าว ระบุว่าการเข้าถือหุ้นครั้งนี้จะ ไม่ส่งผลกระทบต่อการบริหารงาน เอฟเอจี โดยพวกเขายังคงเป็นผู้บริหารหลักของสโมสร และเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีสิทธิ์ตัดสินใจในเรื่องสำคัญต่างๆ ส่วน บาเทียและบริษัท 1892 โฮลดิ้งส์ (1892 Holdings) ของเขา จะได้รับหน้าที่การปรึกษาหารือเกี่ยวกับการตัดสินใจครั้งใหญ่ของสโมสร
บาเทีย ซึ่งจะเป็นรองประธานสโมสรและบอร์ด เช่นเดียวกับเอริน เซเวอริน ภรรยาของเอดูอาร์โด้ และไบรอัน โบม ตัวแทนของเบซอส จะร่วมเป็นบอร์ดบริหารด้วย เชื่อว่า กลุ่มทุนของเขาเป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่าง ประสบการณ์ ความสัมพันธ์ เครือข่าย และศักยภาพทางธุรกิจในระดับโลก
"เราภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้ามาลงทุนในสโมสรลิเวอร์พูล และได้ทำเช่นนั้นร่วมกับ เอฟเอสจี เราให้ความเคารพและชื่นชม เอฟเอสจี อย่างสูงในฐานะเจ้าของสโมสร รวมถึงทุกสิ่งที่พวกเขาประสบความสำเร็จที่แอนฟิลด์"
"การได้รับการต้อนรับให้เข้ามาเป็นพันธมิตรของสโมสรที่มีชื่อเสียงและยิ่งใหญ่ระดับนี้ ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง เราตัดสินใจลงทุนครั้งนี้ เพราะเราเชื่อมั่นอย่างลึกซึ้งในลิเวอร์พูลและทีมผู้บริหารของสโมสร และเราตั้งตารอที่จะสนับสนุนความสำเร็จของสโมสรให้เดินหน้าต่อไปอีกหลายปีข้างหน้า" บาเทีย ซึ่งเป็นลูกเขยของ ลักษมี มิตตัล มหาเศรษฐีอุตสาหกรรมเหล็กระดับโลก กล่าว
ทั้งนี้ การลงทุนของกลุ่มทุนดังกล่าว กับสโมสรลิเวอร์พูล จะต้องผ่านการตรวจสอบจาก และได้รับอนุมัติคณะกรรมการอิสระซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบเจ้าของและผู้บริหารสโมสร ที่อาจต้องใช้เวลาถึง 90 วัน