อิบราฮิมา โกนาเต้ อดีตกองหลังของ ลิเวอร์พูล เปิดเผยว่า การสูญเสีย ดิโอโก้ โชต้า เพื่อนร่วมทีม รวมถึงการจากไปของคุณพ่อ ทำให้เขาต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต จนถึงขั้นมีภาวะซึมเศร้าระหว่างฤดูกาลที่ผ่านมา
แนวรับวัย 27 ปี ซึ่งกำลังเก็บตัวกับทีมชาติฝรั่งเศสเพื่อเตรียมลุยศึกฟุตบอลโลก และเตรียมอำลาลิเวอร์พูลหลังหมดสัญญาในสิ้นเดือนนี้ ยอมรับว่าการเสียชีวิตของโชต้าและน้องชายจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว สร้างบาดแผลทางจิตใจให้กับทุกคนในสโมสร
"จนถึงทุกวันนี้ มันก็ยังยากที่จะเชื่อ"
"ล็อกเกอร์ของเขายังอยู่ในห้องแต่งตัว ทุกวันที่ผมไปซ้อม ผมยังรู้สึกเหมือนเขาเดินเข้าไปกับพวกเรา"
โกนาเต้เล่าว่า ตอนที่ทราบข่าว เขาอยู่ที่ลอสแอนเจลิส และแทบไม่อยากเชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับคนอย่างโชต้า
"มันทำให้ผมพังทลาย ผมไม่สนใจอะไรอีกเลยในตอนนั้น"
"เขาเป็นคนที่ไม่มีใครอยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้น เขาแค่อยากมีความสุขกับเพื่อนร่วมทีมและครอบครัว ไม่เคยสนใจชื่อเสียงเลย"
นอกจากการสูญเสียโชต้าแล้ว โกนาเต้ยังต้องเผชิญกับการป่วยหนักของคุณพ่อ ฮามาดี้ ซึ่งเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล ก่อนจะเสียชีวิตในเดือนมกราคม
"ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าควรทำยังไง"
"ผมไม่รู้ว่าจะกลับบ้านและหยุดเล่นฟุตบอลดีไหม เพราะทีมก็ยังต้องการผม"
"ผมไม่รู้จะคุยกับใคร เลยเก็บทุกอย่างไว้กับตัวเอง"
เจ้าตัวยังฝากข้อคิดถึงทุกคนว่า
"ถ้าคุณกำลังรู้สึกแย่ หรือมีอะไรในใจ คุณควรพูดคุยกับคนรอบข้าง เพราะมันช่วยได้จริง ๆ"
แม้จะได้รับอนุญาตให้ลาพิเศษ แต่โกนาเต้ก็ตัดสินใจกลับมาช่วยทีมเร็วกว่ากำหนด เนื่องจากลิเวอร์พูลกำลังประสบปัญหานักเตะบาดเจ็บหลายราย
อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าในช่วงเวลานั้น เขาไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองฟื้นตัวจากความสูญเสียได้เลย
"ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก"
"ทุกครั้งที่ผมคิดว่าตัวเองเริ่มดีขึ้น ก็จะมีเรื่องใหม่เข้ามาอีก"
โกนาเต้กล่าวว่า สิ่งที่ช่วยให้เขาผ่านช่วงเวลานั้นมาได้คือกำลังใจจากแฟนบอลลิเวอร์พูล เพื่อนร่วมทีม และครอบครัว
ท้ายที่สุด เจ้าตัวยังเปิดใจถึงปัญหาสุขภาพจิตในวงการฟุตบอล พร้อมเรียกร้องให้ผู้คนเลิกมองว่าเงินสามารถแก้ไขทุกอย่างได้
"มีช่วงเวลาที่ตกต่ำ มีภาวะซึมเศร้า"
"คุณสามารถเป็นโรคซึมเศร้าได้ แม้ว่าจะเป็นนักฟุตบอลก็ตาม และไม่มีอะไรน่าอายที่จะพูดถึงมัน"
"ผมเคยได้ยินหลายคนบอกว่านักฟุตบอลได้เงินเยอะ จะไปเป็นซึมเศร้าได้ยังไง แต่ไม่ใช่เลย นั่นเป็นความคิดที่ผิด"
"โรคซึมเศร้าเป็นเรื่องส่วนตัว มันเริ่มจากหัวใจ ลามไปถึงสมอง และเข้าครอบงำทั้งร่างกาย"
"สำหรับผม นั่นคือสิ่งที่ยากที่สุด และเราจำเป็นต้องพูดถึงมัน"